นายกฯ ชี้ "ขัดแย้งลด-เศรษฐกิจโต"

การเมือง
14:00
จำนวนผู้ชม 40
Thai PBS
นายกฯ ชี้ "ขัดแย้งลด-เศรษฐกิจโต"

ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเชื่อว่าเศรษฐกิจของประเทศในปี 2556 จะเกิดปัญหารุมเร้า และนำมาซึ่งเหตุวิกฤตได้ หากรัฐบาลยังคงเดินหน้านโยบายประชานิยม และไม่เคารพระเบียบวินัยการเงินการคลัง ขณะที่นายกรัฐมนตรีประกาศเดินหน้านโยบายที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพีจะอยู่ที่ร้อยละ 4.5 - 5.5 ถ้าทุกคนในประเทศลดความขัดแย้ง และร่วมผลักดันพัฒนาประเทศไปพร้อมกัน

ในระหว่างให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดใจว่า 1 ปีที่ผ่านมาอาจแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ ยังไม่บรรลุเป้าหมายเท่าที่ควร แต่ยืนยันว่าได้ทำงานอย่างเต็มความสามารถแล้ว หากแต่อุปสรรคไม่เพียงแค่เป็น "คนหน้าใหม่ทางการเมือง" แต่ยังต้องเร่งแก้ไขฟื้นฟูประเทศหลังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมอีกด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า 1 ปีข้างหน้านี้ขอให้ทุกคน "คิดบวกในทุกด้าน" เพื่อลดความขัดแย้ง และเดินหน้าพัฒนาประเทศ พร้อมยืนยันไม่ได้ผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม หรือเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อพี่ชาย หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และแม้จะรับฟังข้อแนะนำมาบ้าง แต่ถือเป็นหนึ่งเสียงจากประชาชนผู้หวังดีกับประเทศเท่านั้น

นายกรัฐมนตรียืนยันที่จะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกับการเดินหน้านโยบายเดิมที่วางไว้ โดยตั้งความหวังที่จะผลักดันเศรษฐกิจไทยในปี 2556 ขยายตัวร้อยละ 4.5 - 5.5 โดยให้คำมั่นที่จะยึดหลักวินัยด้านการเงินการคลัง การรักษาระดับหนี้สาธารณะ และใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า หากรัฐบาลยังเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจแบบที่เป็นอยู่จะมีปัญหาการขาดดุลการคลังมากขึ้น ฐานะประเทศก็จะอ่อนแอลง และการส่งออกข้าวจะลดลงทั้งปริมาณ และตัวเงิน ซึ่งทำให้สูญเสียตลาด และยากที่จะแย่งชิงกลับมาได้ และหากนโยบายของรัฐบาลยังมุ่งแต่หาเสียง ไม่เคารพวินัยการเงินการคลัง อาจเป็นเหตุให้เกิดการทุจริต ทำให้เศรษฐกิจ และสังคมอ่อนแอลง และกลายเป็นความเสี่ยงที่นำมาซึ่งวิกฤตได้

ผู้นำฝ่ายค้านแสดงความเป็นห่วงต่อนโยบายค่าแรง 300 บาท และการขึ้นราคาแก๊สหุงต้ม โดยการขึ้นค่าแรงจะส่งผลถึงการปิดตัวของอุตสาหกรรมขนาดเล็ก พร้อมเสนอให้รัฐบาลทบทวนผลการดำเนินงานในอดีต เพื่อกำหนดเป็นบทเรียนในอนาคต