ฝ่ายความมั่นคงช่วยเหลือ
การช่วยเหลือชาวโรฮิงญาจำนวนมากที่ถูกขบวนการค้ามนุษย์นำมากักตัวไว้ในพื้นที่ตำบลปาดังเบซาร์ และ ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังสงขลาก่อนจะส่งไปประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อวานนี้ ( 13 ม.ค.) เจ้าหน้าที่จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา และ เจ้าหน้าที่ตำรวจปาดังเบซาร์ ได้เข้าช่วยเหลือชาวโรฮิงญาเพิ่มเติมอีก 139 คน แยกเป็นชาย 63 คน หญิง 2 คน และ เด็ก 74 คน ซึ่งทั้งหมดถูกนำมาพักไว้บริเวณบ่อนไก่เก่า หลังวัดต้นแซะ ซอยเทศบาล 8 เขตเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ และ จับกุมผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลได้ 3 คน เป็นชาวพม่า 2 คน และคนไทย 1 คน โดยเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาหลบหนีเข้าเมือง และ กักขังหน่วงเหนี่ยว และ เตรียมเรียกตัวเจ้าของสถานที่ที่กักกันตัวชาวโรฮิงญามาสอบสวน
โดยการช่วยเหลือครั้งนี้เป็นการขยายผลมาจากการเข้าช่วยเหลือชาวโรฮิงญา2 กลุ่มที่ผ่านมากว่า 700 คน และ ทราบว่า ยังมีชาวโรฮิงญาอีกบางส่วนที่ถูกนำมากักตัวไว้ จึงได้วางแผนติดต่อล่อซื้อจากการนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งในตำบลปาดังเบซาร์ สำหรับชาวโรฮิงญากลุ่มนี้
ส่วนใหญ่เป็นผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองเพื่อรอเดินทางไปยังประเทศที่ 3 และบางส่วนถูกทางการมาเลเซีย ผลักดันกลับเข้ามา โดยขบวนการค้ามนุษย์ได้ลักลอบนำเข้าประเทศเพื่อรอส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และส่งไปทำงานในสวนยางพารา ในอำเภอสะเดา แต่ถูกนำไปกักขังไว้นานกว่า3 เดือน โดยขบวนการนี้จะเรียกเก็บค่านายหน้าจากนายจ้างคนละ 60,000 บาท
