ครม.ถกเข้ม "เฝ้าระวังชายแดนใต้-ประชามติ-คดีพระวิหาร"

การเมือง
06:32
จำนวนผู้ชม 52
Thai PBS
ครม.ถกเข้ม "เฝ้าระวังชายแดนใต้-ประชามติ-คดีพระวิหาร"

การประชุม ครม.วันนี้ (15 ม.ค.) มีประเด็นที่ต้องหารือเพื่อสรุปร่วมกัน โดยเฉพาะการพิจารณาเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการเฝ้าระวังเหตุความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เนื่องในวันครู, กรณีคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ เพื่อแก้รัฐธรรมนูญ, การเตรียมความพร้อมต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร และวาระของแต่ละกระทรวงที่จะขอความเห็นชอบ และอนุมัติจาก ครม.

การประชุมคณะรับมนตรี (ครม.) วันนี้ (15 ม.ค.) นอกจากวาระของแต่ละกระทรวงที่จะเสนอให้ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบ หรืออนุมัติดำเนินการ เพื่อขับเคลื่อนแผนงานตามนโยบายแล้ว ครม.นำโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมนั้น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ จะหารือแลกเปลี่ยนความเห็นเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการเฝ้าระวังเหตุความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังเกิดเหตุการณ์เผากล้องซีซีทีวี 47 จุดในจังหวัดยะลา และพบข้อมูลว่าเหตุน่าจะเกิดจากกลุ่มเสียประโยชน์จากการประมูล และกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่

หลังจากการเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยให้ครูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้นั้น นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ศึกษาธิการ ยืนยันว่า ครูใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ พอใจกับมาตรการที่ดำเนินการอยู่

ขณะที่กรณีคดีปราสาทพระวิหาร นายพงศ์เทพ และในฐานะทีมกฎหมาย ยังระบุว่ากำลังเตรียมพร้อมเพื่อเดินทางไปหารือกับทีมที่ปรึกษากฎหมาย ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งนอกจากข้อกฎหมายที่ต้องซักซ้อมแล้ว ยังต้องนำประเด็นความเห็นจากหลายกลุ่มไปประกอบการพิจารณาด้วย

นายพงศ์เทพ ยังกล่าวอีกถึงในส่วนของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ ยืนยันว่ายังคงมีการเดินหน้าทำประชามติ และระบุว่าจะได้ร่วมหารือกับ 3 สถาบัน ด้านนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยรามคำแหง, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำหรับวาระของแต่ละกระทรวงที่จะเสนอขอความเห็นชอบ ในการประชุม ครม.วันนี้ (15 ม.ค.) นั้น กระทรวงคมนาคม จะเสนอโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 3,183 คันอีกครั้ง หลังถูกตีกลับให้ทบทวนเมื่อสัปดาห์ก่อน

ด้านกระทรวงพาณิชย์ จะรายงานมาตรการกำกับดูแลราคาสินค้าจากการดำเนินนโยบายปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน

กระทรวงการคลังขออนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ และว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร รวมถึงการขยายเวลามาตรการทางภาษี และค่าธรรมเนียมควบรวมกิจการตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

ขณะที่กระทรวงกลาโหม ขอความเห็บชอบแต่งตั้งคณะกรรมการที่มีความสำคัญ และจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่เพิ่มเติมทั้งชายแดนไทย-กัมพูชา,ชายแดนไทย-พม่า และชายแดนไทย-มาเลเซีย