เปิดนโยบายหาเสียงชิงผู้ว่าฯ กทม. “สุขุมพันธุ์-พงศพัศ”
พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดตัวนโยบาย 7 ด้าน ภายใต้สโลแกน "รักกรุงเทพฯ ร่วมสร้างกรุงเทพฯ" ซึ่งเน้นการสานต่อนโยบาย โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ โดยทั้งหมดเป็นแผนการสื่อสารเพื่ออุดช่องว่างระหว่างผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกับชาวกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดอ่อนของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่เกิดขึ้นตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เช่น การติดตั้งกล้อง CCTV เพิ่ม 200,000 ตัว พร้อมเชื่อมโยงระบบการเตือนภัย ขยายการดูแลสุขภาพ เพิ่มพื้นที่สีเขียว เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุและผู้พิการ เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านภาษา และการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของอาเซียน และมีแผนสื่อสารผ่านโลกออนไลน์ และระบบสื่อสารโซเชียลมีเดีย เพื่อเจาะกลุ่มคนเมือง และ คนรุ่นใหม่
ส่วนพรรคเพื่อไทย หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยมีมติให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้วางเกมรุก ในลักษณะเชิงเปรียบเทียบ ระหว่าง หม่อมราชวงศ์ สุขุมพันธ์ บริพัตร ที่มีกรณีต่อสัญญาเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสออกไปอีก 13 ปี ทั้งที่ยังไม่หมดสัญญาว่าจ้างกับ พลตำรวจเอก พงศพัศ ที่มีภาพลักษณ์คนทำงานและมือสะอาด พร้อมชูนโยบายการปราบปรามยาเสพติด การดูแลความปลอดภัยให้ชาว กทม.และ การขนส่งมวลชนระบบราง เช่น รถไฟฟ้าสายสีต่าง ๆ ที่กำลังก่อสร้าง และอยู่ระหว่างทำการศึกษา
ขณะที่ นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กล่าวในระหว่างการประชุมคณะกรรมการอำนวยการสนับสนุน การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น ถึงเรื่องการเตรียมความพร้อมจัดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่รัฐและข้าราชการการเมือง ไม่ให้ใช้ตำแหน่งหาเสียงเป็นคุณเป็นโทษแก่ผู้สมัคร ซึ่งในอดีต กกต.เคยดำเนินคดีทางอาญากับรัฐมนตรี และเสนอย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด เนื่องจากกระทำการเป็นคุณเป็นโทษกับผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. และผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ลดความผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้ง เพราะการเลือกผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครในครั้งนี้ มีการแข่งขันรุนแรง จึงมีโอกาสที่จะร้องเรียนเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดพลาด เพื่อหาเหตุให้ กกต.สั่งให้จัดการเลือกตั้งใหม่ได้
