รองปลัดกต.เผยนายกฯสั่งสู้คดี
ภายหลังการประชุมแนวทางต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมร่วมกับนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ กระทรวงการต่างประเทศ กองทัพ และ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่คณะดำเนินการคดีปราสาทพระวิหารของไทยจะไปชี้แจงต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ศาลโลก ในวันที่ 15-19 เมษายนนี้ โดยที่ประชุมใช้เวลาหารือร่วมกันกว่า 3 ชั่วโมง
นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะเผยแพร่ข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร ระบุว่า ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าในการรวบรวมข้อมูล และทำคดีดังกล่าวที่รวบรวมโดยนายวีรชัย พร้อมให้ความเห็นเพื่อปรับแต่งแนวทางในการต่อสู้คดีให้มีความแหลมคมมากขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้คณะทำงานต่อสู้คดีดังกล่าวอย่างเต็มที่ และมอบหมายให้กองทัพทำหน้าที่ในการรักษาอธิปไตย และ กระทรวงการต่างประเทศให้ดูแลความสัมพันธ์กับทางกัมพูชาในทุกระดับ
รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า แนวทางการต่อสู้คดีของไทยเดินมาถูกทางแล้ว และ ในการแถลงต่อศาลโลกด้วยวาจาในเดือนเมษายนนี้ จะต้องรับฟังว่า ทางฝ่ายกัมพูชาจะแถลงเช่นไร ซึ่งจะนำมาวิเคราะห์และปรับเปลี่ยนในการต่อสู้คดีต่อไป
ขณะที่การชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนนั้น กระทรวงการต่างประเทศเองได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนมาโดยตลอด ส่วนการดูแลความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนนั้น กองทัพยืนยันว่า จะทำหน้าที่รักษาอธิปไตยอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ ศาลโลกไม่สามารถวินิจฉัยนอกเหนือจากคำพิพากษาเดิม เมื่อปี 2505 ได้ ซึ่งคำพิพากษานั้นได้วินิจฉัยว่า ตัวปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชาแต่ไม่ได้วินิจฉัยเรื่องเขตแดน หรือ อำนาจอธิปไตย และขอให้ไทยถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ รวมถึงคืนวัตถุโบราณแก่ทางการกัมพูชา ดังนั้นศาลโลกไม่สามารถตีความนอกเหนือคำพิพากษาเดิมได้
