สธ.ยันเชื้ออีโคไลสายพันธุ์ใหม่ไม่เคยระบาดในไทย
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงกรณีปัญหาการระบาดของเชื้ออีโคไลในประเทศเยอรมนี จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 22 คน และเจ็บป่วยกว่า 2,000 คนว่า แบคทีเรียที่ก่อโรคอุจจาระร่วงมีด้วยกัน 5 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ระบาดอยู่ในปัจจุบันอยู่ในกลุ่ม เอ็นเทอโรเฮโมราจิคอีโคไล หรือ อีเฮค สายพันธุ์ โอ-104 ซึ่งทำให้เม็ดเลือดแดงแตก และไตวาย ซึ่งจนถึงปัจจุบันขอยืนยันว่ายังไม่พบสายพันธุ์ โอ-104 ในประเทศไทย
แต่กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมมาตรการรองรับ 4 ข้อ คือ การป้องกันและเฝ้าระวัง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยแจกเอกสารคำแนะนำการปฏิบัติตัว สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากสหภาพยุโรปผ่านทางสายการบินต่างๆ โดยเฉพาะใน 12 ประเทศ คือ เยอรมนี, ออสเตรีย, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, และอังกฤษ รวมถึงการปฏิบัติตัวสำหรับผู้ที่มีอาการเบื้องต้นอยู่ในกลุ่มเสี่ยง
ส่วนอาหารที่นำเข้าจากกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ทาง อย.จะสุ่มตรวจผักและผลไม้ที่นำเข้ามาโดยเฉพาะจาก 12 ประเทศกลุ่มเสี่ยง เพื่อดูว่ามีการปนเปื้อนของอีโคไลสายพันธุ์ โอ-104 หรือไม่ โดยตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีการสุ่มอะโวคาโด ไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว แต่ผลการตรวจวิเคราะห์ยังไม่ออก
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้โรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศ ใช้มาตรการเดียวกันในการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการถ่ายเหลว มีน้ำมูกปนเลือด และมีอาการไตวายร่วมด้วย โดยเฉพาะในคนที่เดินทางกลับจากสหภาพยุโรปในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนเริ่มป่วย ซึ่งแพทย์จะต้องให้การรักษาทันที รวมทั้งเก็บตัวอย่างเชื้อส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทันที / และกรมควบคุมโรคจะทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการติดตามเฝ้าระวังในเรื่องนี้
ด้าน นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ คาดว่าไม่เกิน 1 เดือน โรคนี้น่าจะจบ เพราะประเทศเยอรมนี เริ่มหาต้นตอของโรคได้แล้ว และไม่ควรกังวล เพราะโรคนี้ติดต่อทางการรับประทานอาหาร และน้ำไม่ได้ติดต่อระบลบทางเดินหายใจ จึงไม่น่าเป็นห่วง ส่วนประชาชนทั่วไปขอแนะนำให้ใช้มาตรการเดิม คือ ล้างผักผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน และควรกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เพื่อป้องกันการติดต่อ
นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ไทยนำเข้าผัก ผลไม้จากยุโรปไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นผลไม้ เช่น อโวคาโด, ราสเบอรี่, แอปเปิ้ล ส่วนผักจะเป็นบร๊อคโครลี่, พาสลี่ ไม่มาก สำหรับถั่วงอก เบื้องต้นคาดว่าไม่มีนำเข้า ซึ่งในปี 2554 ที่นำเข้าผ่านด่านท่าเรือกรุงเทพ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะมีเฉพาะผักผลไม้ที่นำเข้าจากสหภาพยุโรปมีเฉพาะจากประเทศฝรั่งเศส อิตาลี, สเปน และเบลเยี่ยมเท่านั้น ส่วนประเทศเยอรมนียังไม่มีการนำเข้า
ส่วนข้อมูลล่าสุดจากองค์การอนามัยโลกรายงาน เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2554 มีผู้ป่วยทั้งหมด 2,265 ราย ใน 12 ประเทศ ได้แก่ เยอรมนี, ออสเตรีย, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยที่มีอาการเม็ดเลือดแดงแตก และไตวายจำนวน 658 ราย เสียชีวิต 22 คน
