สงขลา เพิ่มความเข้มงวดรักษาความปลอดภัย หลังหน่วยข่าวกรองเตือนว่าจะมีการประกอบระเบิดเพื่อก่อเหตุ
หน่วยงานความมั่นคงจังหวัดนราธิวาส เข้าค้นหมู่บ้านดูกู ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นบ้านของ นายสุไฮดี ตะเห แกนนำระดับสั่งการ กลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบ อาร์เคเค ที่เสียชีวิตในพื้นที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังมีเบาะแสว่าผู้ต้องสงสัยบุกโจมตีฐานทหาร อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส หลบซ่อนตัวในหมู่บ้านนี้ หลังตรวจค้นเจ้าหน้าที่ ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 6 คน ไปสอบสวนและตรวจดีเอ็นเอ ว่าตรงกับดีเอ็นเอของกลุ่มก่อความไม่สงบที่บุกโจมตีฐานทหารหรือไม่
ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงจังหวัดสงขลา เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบ รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ทุกคัน โดยเฉพาะรถกระบะอิซูซุตอนเดียวไม่ทราบสี และทะเบียน และรถยนต์ยี่ห้อโปรตอล ซึ่งหน่วยข่าวกรองเตือนว่ารถทั้งสองคันอาจจะถูกนำมาประกอบวัตถุระเบิด และก่อเหตุในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่
ที่จังหวัดยะลานายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัด เข้าเยี่ยมอาการบาดเจ็บอาสาสมัครรักษาดินแดน และทหาร ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุความไม่สงบในช่วงนี้ ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัย ทางจังหวัดได้ตั้งด่านตรวจ และจุดสกัดป้องกันกลุ่มแนวร่วมก่อเหตุรุนแรงอีก
ขณะที่ วานนี้ (20 ก.พ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ลงพื้นที่พบผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และอดีตผู้หลงผิดที่เข้ามอบตัวกับทางการ ที่จังหวัดปัตตานี เพื่อหารือถึงการแก้ปัญหาความไม่สงบ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่า เหตุก่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอด 9 ปี ไม่ส่งผลดีให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่เป็นความสูญเสียของทั้งสองฝ่าย
ผู้บัญชาการทหารบก ยังกล่าวอีกว่า ได้พยายามกำชับทหารในพื้นที่ ให้สร้างความเข้าใจกับผู้ก่อเหตุ กลับตัวมาพัฒนาประเทศชาติ โดยขอความมือร่วมผู้นำศาสนา และอดีตผู้หลงผิด ไปถ่ายทอดเจตนารมณ์ เพราะรัฐบาล และทหารมีความมุ่งมั่นต้องการแก้ปัญหาในพื้นที่ และไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสีย จึงคาดหวังให้ผู้ที่หลงผิดกลับใจเป็นคนดี
ด้าน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษา กปต. กล่าวสนับสนุนการลงพื้นที่ติดตามแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อข้อมูลที่ถูกต้อง และเชื่อว่ายุทธศาสตร์การแก้ปัญหาได้เดินมาถูกทางแล้ว แต่ด้านยุทธวิธีต้องมีการปรับ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และความเหมาะสมในพื้นที่อีกครั้ง
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ยืนยันการพิจารณาบังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง มารตรา 21 แทน พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะเกิดขึ้นจริง แต่ขณะนี้กำลังให้กระทรวงยุติกรรม นำไปปรับเรื่องข้อกฎหมายให้มีความชัดเจน และกะทัดรัดมากขึ้น เพื่อนำมากำหนดยุทธวิธีที่ดึงมวลชนฝ่ายตรงข้ามเข้ามาเป็นมวลชนภาครัฐให้ได้ พร้อมระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญ และถือเป็นเรื่องเร่งด่วนมาก หากการดำเนินการแล้วเสร็จก็จะนำข้อมูลเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ทันที
ส่วนกรณีการแต่งตั้งกลุ่มวาดะห์เป็นที่ปรึกษา ถือเป็นแนวทางค้นหาข้อมูลในพื้นที่อีกระดับหนึ่ง แต่ก็ตั้งข้อสังเกตถึงประวัติ และประสบการณ์ ซึ่งบางคนยังคงถูกเคลือบแคลงสงสัย
