ข้อร้องเรียนในช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.
ก่อนหน้านี้ เรื่องร้องเรียนที่ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร หรือ กกต.กทม.จะเป็นเรื่องของบุคคลหรือหน่วยงานที่ดำเนินการในลักษณะเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น ทั้งกรณีการยื่นตรวจสอบโพล กรณีป้ายหาเสียง กรณีการโพสต์ภาพหรือข้อความชี้นำการเลือกตั้ง กรณีการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ในการจัดพื้นที่หาเสียง ไม่เว้นแม้แต่การไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน รวมถึงกรณีการโจมตีผู้สมัครฯ ฝ่ายตรงข้าม
แต่ล่าสุดมีการร้องเรียนในประเด็นของการซื้อเสียงแล้ว โดยทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เข้ายื่นคำร้องพร้อมพยานหลักฐานต่อประธาน กกต. และ ประธาน กกต.กทม. ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการสำรวจข้อมูลครัวเรือน เพื่อการจัดสวัสดิการ และพัฒนาสังคมของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ผู้ทำการสำรวจเป็นคนของพรรคการเมือง, การสำรวจเกิดขึ้นในยามวิกาล และยังมีข้อมูลอ้างอิงว่าผู้ที่ยอมทำแบบสำรวจจะให้เงิน 1,000 บาท หลังการเลือกตั้งแล้วเสร็จ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การสำรวจถูกนำมาสร้างสถานการณ์ และเชื่อมโยงเป็นการทุจริตซื้อเสียงเลือกตั้ง
ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ยอมรับว่ามีการสำรวจข้อมูลครัวเรือนฯจริง ซึ่งจัดทำขึ้นทุกปีทั่วประเทศ โดยมีเจ้าหน้าของกระทรวงฯ และอาสาสมัครพัฒนาสังคมของแต่ละจังหวัดออกสำรวจ พร้อมสั่งให้ระงับการสำรวจดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.จะแล้วเสร็จ พร้อมยืนยันว่าไม่มีการแจกเงินตามที่มีการกล่าวหา
ส่วนความคืบหน้ากรณีที่นักวิชาการคนหนึ่ง ตกเป็นผู้ต้องหาติดป้ายสติ๊กเกอร์แปะทับป้ายหาเสียงของ พล.ต.อ.พงศพัศ ตำรวจได้ทำการสอบสวนผู้ต้องหาเพิ่มเติม พร้อมเปิดเผยว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ติดสติ๊กเกอร์ดังกล่าวจริง โดยเป็นผู้จัดทำสติ๊กเกอร์ด้วยตัวเอง และลงมือทำสติ๊กเกอร์เพียงคนเดียว พร้อมตระเวนติดตามป้ายหาเสียงของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคเพื่อไทย โดยอาศัยช่วงเวลาหลังเลิกงาน ส่วนสาเหตุที่ทำเนื่องจากไม่ชอบพรรคเพื่อไทยเป็นการส่วนตัว แต่ไม่เกี่ยวกับตัวผู้สมัคร พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่เคยเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มการเมืองต่างๆ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา และให้ประกันตัวออกไป
