อุตุฯเตือนปชช.ภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก
อำเภอในจ.พัทลุง คือ อ.เมือง, อ.ควนขนุน, อ.กงหรา และอ.ศรีนครินทร์ ที่ได้รับความเสียหาย จากปริมาณน้ำฝนที่ตกเกินกว่า 208 มิลลิเมตร และมีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 15,000 คน มีผู้เสียชีวิตเป็นเด็ก 1 ราย เนื่องจากพลัดตกลงในท่อระบายน้ำ
โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ ต.คลองทรายขาว อ.กงหรากำลังได้รับความเดือดร้อนฃ หลังกระแสน้ำกัดเซาะตลิ่งเป็นทางยาว 4 กิโลเมตร ส่งผลให้สวนยางตามแนวตลิ่งได้รับความเสียหาย 30 ไร่ นอกจากพื้นที่ 4 อำเภอ พบน้ำท่วมขังในพื้นที่ราบลุ่มใน อ.เขาชัยสน
ส่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ เช่น พื้นที่อ.เมือง จ.ปัตตานี มีฝนตกหนัก บางแห่งมีน้ำท่วมขังเป็นจุดๆ โดยเฉพาะพื้นที่ราบลุ่มที่มีน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะต.ปะกาฮารัง, ต.บาราเฮาะ, ต.รูสะมีแล เกิดน้ำท่วมขังบางจุด แม้ระดับน้ำจะลดลง แต่สร้างความเดือนร้อนให้กับผู้ใช้เส้นทาง
ด้านนายประมุข ลมุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้ประกาศเตือนประชาชนเตรียมป้องกันผลกระทบจากฝนตกหนัก โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง ที่เป็นพื้นที่ราบลุ่ม และผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำปัตตานี เพราะมีฝนตกติดต่อกันมาหลายวัน และน้ำตอนบนมีเยอะ และเตือนให้ประชาชน ติดตามการเตือนภัยสถานการณ์ 24 ชั่วโมง
มีรายงานด้วยว่า อ.ที่ติดชายทะเล จำนวน 6 อำเภอในจังหวัดปัตตานี ได้แก่ อำเภอยะหริ่ง, อำเภอเมือง, อำเภอหนองจิก, อำเภอปะนาเระ, อำเภอสายบุรี และ อำเภอไม้แก่น ซึ่งส่วนใหญ่ ประชาชนประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน หรือเรือกอและ และเรือหางตัด ประมาณ 1,000 ลำ ต้องหยุดออกหาปลาชั่วคราว เนื่องจากสภาพอากาศมีฝนตก และทะเลยังมีคลื่นลมแรง สูง 2 เมตร เรือเล็กจึงไม่สามารถออกหาปลาได้ชาวประมง ต้องนำเรือมาจอดลอยลำในคูคลองต่างๆ ในหมู่บ้านแทน เพื่อป้องการถูกคลื่นซัด
ขณะที่ชาวบ้านหลายร้อยครัวเรือนในเขตเทศบาลเมือง สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ต้องอาศัยอยู่ในศูนย์อพยพที่ทางเทศบาลจัดให้เป็นการชั่วคราวหลังพื้นที่ 8 ชุมชนซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำสุไหงโกลกถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร 50 เซนติเมตร และสถานการณ์น่าเป็นห่วงเพราะระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
