ครม.ยังไม่พิจารณาถ้อยแถลงปิดคดีปราสาทพระวิหาร-คาดถกลับระหว่างผู้เกี่ยวข้อง

การเมือง
04:30
จำนวนผู้ชม 46
Thai PBS
ครม.ยังไม่พิจารณาถ้อยแถลงปิดคดีปราสาทพระวิหาร-คาดถกลับระหว่างผู้เกี่ยวข้อง

คณะรัฐมนตรียังไม่บรรจุวาระการพิจารณาถ้อยแถลงด้วยวาจาต่อศาลโลก กรณีคดีปราสาทพระวิหารระหว่างไทยและกัมพูชา แต่คาดว่า จะมีการพิจารณาในทางลับเป็นวาระระหว่างตัวแทนที่เกี่ยวข้อง

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ไม่ได้มีการบรรจุข้อเสนอของกระทรวงการต่างประเทศ ในการพิจารณาถ้อยแถลงด้วยวาจาต่อศาลโลก ในการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 15-19 เม.ย 2556 และไม่มีการรายงานด้วยวาจาของ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

โดยได้พิจารณาเป็นวาระจรเรื่องสุดท้ายและได้เชิญคณะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากห้องประชุม เหลือเพียง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ, นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ในการการประชุมเท่านั้น ซึ่งใช้เวลาพิจารณาเรื่องนี้ประมาณ 1 ชั่วโมง และไม่มีการแถลงข่าวหรือให้สัมภาษณ์ใดๆ ในเรื่องดังกล่าว

ก่อนหน้าจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี นายสุรพงษ์ ระบุว่า จะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อให้พิจารณาอนุมัติถ้อยแถลงทั้งหมดที่ไทยจะนำไปใช้ชี้แจงต่อศาลโลก หลังจากได้ผ่านความเห็นชอบของสภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2556

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า ได้เตรียมในทุกประเด็นที่หลายฝ่ายมีข้อห่วงใยไว้แล้ว และคาดว่า จะสามารถต่อสู้ในศาลโลกได้ในทุกเรื่อง และอยากให้ขอให้ประชาชนติดตามผ่านการถ่ายทอดสดคำแปลต่างๆแบบคำต่อคำ มาให้คนไทยได้รับทราบอย่างละเอียด ส่วนประเด็นที่มีความอ่อนไหว จะมีคำอธิบายที่ชัดเจน ขณะที่ในส่วนของถ้อยคำที่เป็นภาษากฎหมายนั้น เราต้องมีการแปลภาษาอย่างรอบคอบ

ซึ่ง กระทรวงการต่างประเทศจะนำมาแปลและอธิบายอย่าง โดยเฉพาะประเด็นที่ประชาชนไม่เข้าใจ และหลังเสร็จการพิจารณาคดี ในช่วงเย็นทุกวัน จะมีการสรุปรายละเอียดทั้งหมดทั้งของฝ่ายไทยและกัมพูชาให้ประชาชนรับทราบ เพื่อป้องกันความผิดพลาด

แต่แม้จะมีคำยืนยันก่อนหน้าการประชุมคณะรัฐมนตรี แต่การประชุมฯก็ไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

ส่วนแนวทางการต่อสู้คดี นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะตัวแทนของราชอาณาจักรไทยในการดำเนินการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร กล่าวว่า เป้าหมายการสู้คดีของไทยคือ ต้องการจะให้ศาลโลกมีคำตัดสินว่า ศาลไม่มีอำนาจตีความเพราะคำร้องของกัมพูชาที่ยื่น เป็นการขอให้ตีความเกินกว่าขอบเขตของคำตัดสินเดิมเมื่อปี 2505 สิ่งที่ไทยอยากเห็นก็คือ ศาลตัดสินว่า ศาลโลกเมื่อปี พ.ศ. 2505 ไม่ได้มีการตัดสินในเรื่องเส้นเขตแดน

ซึ่งนายวีรชัยระบุว่าคำตัดสินของศาลซึ่งจะออกมาหลังจากการให้การทางวาจาประมาณ 6 เดือน จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาความแตกแยก หรือกระทบกระเทือนต่อการก้าวต่อไปของความสัมพันธ์ของ 2ประเทศ ซึ่งในฐานะตัวแทนแล้วขอยืนยันว่า การเดินทางไปในครั้งนี้จะต่อสู้เต็มที่

ด้านนายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะเผยแพร่ข้อมูลข้อเท็จจริงด้านกฎหมายคดีปราสาทพระวิหาร ระบุว่า กรณีรายละเอียดของเอกสารเกี่ยวกับคดีความ ด้วยคำสั่งของศาล ไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ แต่เมื่อถึงวันที่ 15 เม.ย. 2556 เวลาประมาณ 15.00 น. ตามเวลาประเทศไทย จะสามารถเปิดเผยเอกสารได้ ซึ่งผู้สนใจสามารถหาอ่านได้ตามช่องทางต่างๆ อาทิ เว็บไซต์ของกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งจะมีการแปลเป็นภาษาไทยเบื้องต้นเอาไว้ด้วย