พิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ วันที่ 2 ช่วงค่ำราบรื่น
ในช่วงค่ำที่ผ่านมา นพ.เหวง โตจิราการ สมาชิกรัฐสภา อภิปรายชี้ให้เห็นถึงเหตุผลที่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 มาตรา โดยเฉพาะในมาตรา 68 ที่มาของ ส.ว. จะต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน และเห็นว่าตำแหน่งของ ส.ว. สรรหา เป็นการแต่งตั้งขึ้นโดยรัฐบาลสมัย คมช.ที่มีการเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คน เพราะถือเป็นการเสียเปรียบเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในจังหวัดใหญ่ ดังนั้น ส่วนตัวมีการสนับสนุนว่าการเลือกตั้ง ส.ว.จะต้องนำจำนวนของประชากรมาเปรียบเทียบว่าควรจะมี ส.ว. ทั้งหมดกี่คนในพื้นที่นั้น ส่วนอีก 2 มาตรา ก็เห็นควรที่จะต้องมีการแก้ไข เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เปรียบเสมือนเป็นการผลัดใบไม้ในป่าถึงเวลาที่ประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้น ควรจะมาจากประชาชน
นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับสมยอม ฮั๊วกันในประโยชน์ทางการเมือง โดยมีการไขว้ชื่อกัน ในการสนับสนุนร่างแก้ไขแต่ละฉบับ ระหว่าง ส.ส. และ ส.ว. และมีการริดรอนสิทธิ์ประชาชน สมรู้ร่วมคิดรุกคืบ เพื่อสร้างอำนาจของฝ่ายการเมือง โดยทุกร่างไม่มีสาระในการตอบโจทย์ ของประชาชน และยังจะนำไปสู่ความแตกแยกของประชาชน เช่น การแก้ไขระบบรัฐสภาที่เกี่ยวข้องกับที่มา ส.ว. ที่อาจสามารถควบรวมอำนาจได้ หากมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และจะเป็นอันตรายต่อการแต่งตั้งองค์กรอิสระ ที่เป็นอำนาจของวุฒิสภา ส่วนมาตรา 68 ก็เป็นการริดรอนสิทธิ์ ในการยื่นตีความศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง จึงต้องมีการติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้
ขณะที่นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา แจ้งต่อที่ประชุมถึงกำหนดการศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะประชุมพิจารณาว่าจะรับคำร้องของนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ให้ยื่นตีความว่าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 และมาตรา 237 ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขในมาตราดังกล่าว
ทั้งนี้ การประชุมในวันที่ 2 ถือว่าเป็นไปค่อนข้างราบรื่น มีการประท้วงกันเล็กน้อย โดยประธานรัฐสภาสั่งพักการประชุมเมื่อเวลา 22.00 น. และนัดประชุมต่อในวันพรุ่งนี้ (3 เม.ย.) เวลา 9.30 น. ซึ่งการอภิปรายใช้เวลา รวม 13 ชั่วโมง
