มท.ภ.4 ยันเดินหน้าเจรจาสันติภาพ แม้เกิดเหตุรุนแรงในพื้นที่
พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงนี้ น่าจะลดระดับความรุนแรงในเร็วๆนี้ ซึ่งสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในระหว่างนี้ เป็นสถานการณ์โดยปกติ ซึ่งในทุกปีมักจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นรุนแรงในช่วงนี้ แต่ในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการพูดคุยสันติภาพ จึง มีความพยายามที่จะทำให้มีความเกี่ยวโยงให้เกิดความสัมพันธ์กันเพื่อให้ดู เหมือนว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นมีความสัมพันธ์กับการพูดคุยสันติภาพ
ขณะที่ นายศรีสมภพ จิตรภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ เปิดเผยว่า สถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่ยังปรากฏความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่า แนวโน้มเหตุการณ์จะเกิดขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเวทีการพูดคุยสันติภาพ ในวันที่ 29 เมษายน อีกทั้งเป็นไปได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้วงนี้อาจจะกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องหยิบยกมาหารือร่วมกัน และอาจมีข้อเสนอหรือข้อตกลงบางอย่างที่มีความชัดเจนมากกว่าการพูดคุยรอบที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
สำหรับสถานการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้จะยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการก่อเหตุหรือเป็นปฏิบัติการของขบวนการในฝ่ายใด ไม่ว่าจะเป็นแนวร่วมฝ่ายนิยมความรุนแรงสุดโต่ง หรือกลุ่มที่คัดค้านการเจรจา หรือจะเป็นกลไกหนึ่งในแนวทางการเร่งอุณหภูมิในพื้นที่ด้วยเหตุรุนแรง เพื่อเพิ่มเงื่อนไขในการพูดคุยบนโต๊ะสันติภาพ ล้วนสามารถคิด หรือตีความได้ทั้งสิ้น
ขณะที่การพิสูจน์นั้นไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า เหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่นั้นมีความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวเนื่องกับแนวทางการพูดคุยเพื่อสันติภาพหรือไม่ และเป็นเรื่องยาก เพราะโต๊ะพูดคุยที่ผ่านมาไม่มีการตกลงเรื่องใด ดังนั้นการอ้างเหตุผลว่า เหตุรุนแรงที่ปรากฏขณะนี้ มีผลมาจากโต๊ะพูดคุยก็เป็นเรื่องที่ชี้ชัดได้ยากเช่นกัน
ด้าน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนการถึงลงพื้นที่ จังหวัดยะลา เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แต่ยังต้องการให้มีการส่งสัญญาณให้สังคมเห็นถึงการเอาจริงเอาจัง เพื่อทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงโดยเร็ว เพราะในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีการพูดคุยกับตัวแทนบีอาร์เอ็น สถานการณ์กลับรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเป้าหมายพุ่งไปที่เจ้าหน้าที่ หรือข้าราชการระดับสูง
ส่วน นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากข้อมูลสถิติความรุนแรงระหว่างเดือน ก.พ. และ มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่า เดือน มี.ค. มีผู้เสียชีวิต 53 คน มากกว่าเดือน ก.พ. 3 คน ในจำนวนนี้ เป็นผู้ก่อความไม่สงบ 19 คน ซึ่งหากตัดยอดผู้เสียชีวิตที่เป็นผู้ก่อความไม่สงบนี้ออกไป เท่ากับว่าจะมีผู้เสียชีวิตใน เดือน มี.ค. มากกว่า เดือน ก.พ. สูงถึง 20 คน และพบว่าในระยะนี้ เกิดเหตุรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง จึงยังต้องการให้รัฐบาล และสภาความมั่นคงแห่งชาติ ยุติการพูดถึงเรื่องรอยต่อระหว่างเจรจาว่า การเกิดเหตุรุนแรงเป็นเรื่องปกติ
ส่วนการตรวจสอบเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจังหวัดปัตตานี เชิญตัวชาวบ้านในพื้นที่บ้านปะการือสง ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี จำนวน 6 คนไปทำการซักถามหลังจากผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีความมั่นคง ที่เข้ามอบตัวก่อนหน้านี้ให้เบาะแสกับเจ้าหน้าที่ว่ามีกลุ่มแนวร่วมจำนวน 12 คน หลบซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านดังกล่าว ขณะที่สายข่าวในพื้นที่รายงานว่า พบความเคลื่อนไหวของแนวร่วมก่อความไม่สงบมีการประชุมวางแผนเพื่อเตรียมก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่
ความคืบหน้าคดีลอบวางระเบิดและยิงถล่มซ้ำทำให้ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เสียชีวิต 2 นาย บนถนนในหมู่บ้านบองอ หมู่ 4 ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา จากการสืบสวนล่าสุดของเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงพบว่าผู้ก่อเหตุคือกลุ่มของนายยาการียา อาแวกาจิ นายต่วนแซะ ต่วนกะจิ และนายอับดุลฮากิม ปูตะ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในช่วงที่มีการพูดคุยสันติภาพ
ด้าน นายนัจมุดดีน อูมา ส.ส.จังหวัดนราธิวาส กลุ่มวาดะห์ ในฐานะที่ปรึกษา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุยิงระเบิดชนิดเอ็ม 79 ใส่บ้านพักที่ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ ว่า เชื่อเป็นการตอบโต้จากกลุ่มขบวนการที่ไม่เห็นด้วยในแนวทางพูดคุยของรัฐบาลที่ต้องการยุติความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยตำรวจเตรียมตรวจสอบกล้องวงจรปิด ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุเพื่อหาเบาะแสของคนร้าย
