เตือนภาคเหนือ-อีสาน เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน
หลายจังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับคำเตือนให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน จากฝนที่ยังคงต่อติดต่อกันในระยะนี้ ส่วนพื้นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำเจ้าพระยา ล่าสุดยังคงถูกน้ำท่วมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
บ้านเรือนประชาชนในอ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ยังถูกน้ำท่วมสูง หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาอย่างหนัก และเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำลงท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นถึง 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำน้อย และแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากอ.บางบาลแล้ว อ.เสนา และอ.ผักไห่ ก็ได้รับคำเตือนให้เตรียมรับมือกับภาวะน้ำที่คาดว่าจะสูงขึ้นอีก
ส่วนที่จ.อ่างทอง ทหารจากกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ เร่งขนย้ายเรือ อุปกรณ์การช่วยเหลือ และชุดเคลื่อนที่เร็ว เพื่อช่วยเหลือประชาชน หลังน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนในต.โผงเผง อ.ป่าโมก เช่นเดียวกับหลายพื้นที่ ในจ.อ่างทองที่อยู่ในภาวะวิกฤต
ขณะที่ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจการก่อสร้างประตูระบายน้ำ DR7 ที่ต.หอไกร อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ที่สร้างขึ้น เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตอ.บางมูลนาก และโพทะเล แต่ฝนที่ตกหนัก ทำให้ผนังประตูบางส่วนรับแรงดันไม่ไหวจึงแตกออก ทำให้ต้องหยุดก่อสร้างชั่วคราวจนกว่าน้ำจะลด
ฝนที่ยังตกในหลายจังหวัดภาคเหนือ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทั้งกำลังคนและอุปกรณ์การช่วยเหลือ เช่นเดียวกับชาวนาในจ.นครสวรรค์ ที่ต้องเร่งเกี่ยวข้าวก่อนกำหนดเพื่อหนีน้ำ หลังน้ำเหนือเริ่มไหลบ่าเข้ามาท่วมแล้วหลายพื้นที่
ส่วนที่จ.อุบลราชธานี ฝนยังคงตกหนักต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดยเฉพาะเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี มีปริมาณน้ำฝนสะสมเกิน 170 มิลลิเมตร ส่งผลให้ถนนหลายสายในตัวจังหวัด น้ำท่วมผิวจราจรสูงกว่า 30 เซนติเมตร
เช่นเดียวกับอ.สิรินธร และอ.บุญฑริก บ้านเรือนกว่า 60 หลัง ใน 4 หมู่บ้านถูกน้ำท่วม เนื่องจากตั้งอยู่ในที่ลุ่ม ล่าสุดจ.สุรินทร์,ศรีสะเกษ และยโสธร ประกาศเตือนให้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก หลังมีฝนตกหนักติดต่อกันในพื้นที่
