จนท.เร่งติดตามผู้ก่อเหตุวางระเบิดทหารพราน จ.นราธิวาส

ภูมิภาค
14:34
จำนวนผู้ชม 55
Thai PBS
จนท.เร่งติดตามผู้ก่อเหตุวางระเบิดทหารพราน จ.นราธิวาส

ความคืบหน้าเหตุลอบวางระเบิดทหารพราน ใน จ.นราธิวาส เมื่อวานนี้ (19 ต.ค.) หน่วยงานความมั่นคงเชื่อว่า ผู้ก่อเหตุยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ ขณะที่เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาเกิดเหตุ ลอบวางระเบิดทหารชุดเฉพาะกิจ แต่ระเบิดทำงานก่อนเวลา จึงไม่มีผู้บาดเจ็บ

ความคืบหน้าเหตุลอบวางระเบิดทหารพราน ใน จ.นราธิวาส เมื่อวานนี้ (19 ต.ค.) หน่วยงานความมั่นคงเชื่อว่า ผู้ก่อเหตุยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ ขณะที่เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาเกิดเหตุ ลอบวางระเบิดทหารชุดเฉพาะกิจ แต่ระเบิดทำงานก่อนเวลา จึงไม่มีผู้บาดเจ็บ

ทหารร้อย ร.15131 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ตรวจสอบบริเวณถนนในสวนยางพารา บ้านกาโด๊ะ หมู่ที่ 4 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส หลังเกิดระเบิดขึ้น โดยระเบิดเกิดขึ้นก่อนที่ทหารชุดดังกล่าวจะลาดตระเวนมาถึงเพียงเล็กน้อย จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ความคืบหน้าเหตุลอบวางระเบิดทหารพรานที่ 4505 กรมทหารพรานที่ 45 บริเวณถนนในหมู่บ้านฮูรูปาเระ ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ เมื่อวานนี้ (19 ต.ค.) ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ร่วมพิธีรดน้ำศพ อาสาสมัครสุรเดช ขำเกตุ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัว จำนวนกว่า 1,00,000 บาท พร้อมเหรียญบางระจัน ก่อนเคลื่อนย้ายศพขึ้นเครื่องบินกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดหิรัญรูจี แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพฯ

ส่วนอาสาสมัครอัสมาน เจ๊ะอามะ ที่เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว ญาตินำศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่กุโบร์บ้านไอปาเซ ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

การสืบสวนฝ่ายความมั่นคง อ.ระแงะ ทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือนายมานุ มามะ ผู้ต้องหาคดีอาญาหลายคดี ซึ่งมีความชำนาญการประกอบวัตถุระเบิด ขณะนี้เร่งจัดชุดติดตาม คาดว่า หลบหนีอยู่ในบ้านพักของสมาชิกแนวร่วม ในพื้นที่ อ.ระแงะ

สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 9 คน ประกอบด้วย อาสาสมัครทหารพราน และผู้สื่อข่าว ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ส่วนใหญ่อาการปลอดภัยแล้ว มีเพียงผู้สื่อข่าว 3 คน ที่แพทย์ยังต้องดูแลอาการอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัด ประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง เตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัย ช่วงวันที่ 21 - 27 ต.ค.ช่วงครบรอบ 9 ปี เหตุสลายการชุมนุมหน้าสถานีตำรวจภูธรตากใบ วันที่ 25 ต.ค.47 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 78 ราย โดยเน้นป้องกันเป็นพิเศษ ในพื้นที่ 4 อำเภอคือ อ.จะนะ ,อ.เทพา,อ.นาทวี และ อ.สะบ้าย้อย ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่าง จ.สงขลา กับ จ.ปัตตานี