" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news21102013/202724-imagejpeg-304562.jpg
นางนฤมล ศิริวัฒน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการกฎหมาย สิทธิประโยชน์ด้านการกีฬาวุฒิสภา ฟังการชี้แจงจากนายสมพร ไชยสงคราม ตัวแทนของ กกท.ในการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล โดยมีประเด็นการเปลี่ยนคณะกรรมการอุทธรณ์โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากทั้ง 2 ฝ่าย และการที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นสภากรรมการสมาคมฟุตบอล
ซึ่งผิดข้อบังคับของสมาคมฟุตบอลฉบับล่าสุด ในข้อ 22 ข้อย่อยที่1-4 ที่กำหนดชัดเจนว่าแม้สภากรรมการ และ เลขาธิการ จะสามารถเข้าร่วมประชุมได้แต่ห้ามแต่งตั้งเป็นตัวแทนเพื่อเลือกตั้ง รวมถึงชี้ว่าเป็นการทำผิดกฎหมายแพ่งและพานิชย์ในการใช้สิทธิ์ทับซ้อนอีกด้วย ซึ่งนางนฤมล ศิริวัฒน์ ให้ความเห็นว่าน่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนในการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล
ส่วนนายสมพร ไชยสงคราม ผู้อำนวยการกองนิติการ กกท.ยืนยันว่า กกท. เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์การประชุมเท่านั้น แต่ผู้ว่า กกท.ได้มีการสั่งการให้สมาคมฟุตบอลส่งรายงานการประชุมมาที่กกท. หากพบว่า มีความผิดปกติ กกท.จะเรียกสมาคมมาสอบสวน แต่อำนาจการจดทะเบียนอยู่ที่กรมการปกครองไม่ใช่ กกท.ส่วนกกท.จะเปิดโอกาสให้ผู้เสียสิทธิ์ได้ชี้แจง
หากพบว่า การดำเนินการเลือกตั้งมีความผิดตามข้อบังคับจะสั่งให้แก้ไข แต่ถ้าหากยังไม่มีการแก้ไข กกท. สามารถสั่งลงโทษด้วยการเพิกถอนคำว่าแห่งประเทศไทยเช่นเดียวกับที่เคยทำกับสมาคมมวยสากล และสมาคมบาสเกตบอล สิ่งที่ต้องระวังคือการพิจารณาโดยดูกฎหมายหลายฉบับซึ่งต้องไม่ขัดแย้งกันได้แก่ พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย 2528 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคม
