ชาวสวนยางเรียกร้องรัฐให้คำตอบเงินช่วยเหลือภายใน 18.00 น. วันนี้
สถานการณ์ที่ จ. ประจวบคีรีขันธ์ กลุ่มผู้ชุมนุมชาวสวนยางยังคงปักหลักชุมนุมอยู่ ซึ่งมาตรการล่าสุดที่มีการเจรจากับผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คือทางผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ยื่นข้อเสนอตั้งคณะกรรมการไตรภาคี โดยให้แกนนำของเกษตรกรผู้ปลูกยางพารานั้นเข้าร่วมในคณะกรรมการไตรภาคี และขอเวลา 30 วันในการพิจารณาว่าจะให้เงินช่วยเหลือ 2,520 บาทต่อไร่ ต่อ 1 รายไม่เกิน 25 ไร่ให้กับเกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ และผู้ที่รับจ้างในการกรีดยางได้หรือไม่ แต่ทางเกษตรกรบอกว่า 30 วันนานเกินไป ขอเวลาถึงแค่ 18.00 น. ของวันนี้ (29 ต.ค.) ต้องการคำตอบ
แกนนำเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ ขึ้นเวทีชุมนุมที่บ้านศรีนคร อ.บางสะพาน อ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อคืนนี้ เพื่อชี้แจงผลการเจรจากับผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์กับผู้ชุมนุม โดยเป็นการชี้แจงหลังแกนนำกลับมาหารือร่วมกัน จากผลการเจรจา โดยในการเจรจากับผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้ผลว่าไม่มีการหารือในข้อเรียกร้องเดิมที่ผู้ชุมนุมเคยเรียกร้องราคายางพาราที่กิโลกรัมละ 100 บาท แต่เป็นการหารือถึงค่าชดเชยที่รัฐบาลจะมอบให้เกษตรกร 2,520 บาทต่อไร่ ไม่เกินรายละ 25 ไร่ โดยผู้ชุมนุมขอให้รัฐบาลชดเชยให้กับเกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ด้วย ซึ่งในการเจรจากับผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้ว่าฯก็ขอให้เกษตรกรส่งตัวแทนมาในคณะอนุกรรมการ และขอเวลา 30 วันว่าจะให้ค่าชดเชยกับกลุ่มที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ด้วยหรือไม่ แต่หลังกลับไปที่ชุมนุม ทางแกนนำเรียกร้องให้รัฐบาลให้คำตอบภายในเวลา 18.00 น. ของวันนี้ (29 ต.ค.) เท่านั้น
ส่วนสถานการ์เช้าวันนี้ ผู้ที่เดินทางขึ้นลงเส้นทางภาคใต้ยังต้องใช้เส้นทางเลี่ยงถนนเพชรเกษม ใช้ถนนเลียบชายทะเล มุ่งหน้าสู่ อ.ปะทิว จ.ชุมพร เป็นเส้นทางหลัก เพราว่าผู้ชุมนุมยังคงใช้ต้นไม้กีดขวางเส้นทางจราจรในบริเวณพื้นที่ชุมนุม โดยผู้ชุมนุมยืนยันว่ายังไม่เปิดเส้นทางจราจรจนกว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนจากรัฐบาล ซึ่งมีกำหนดเวลาถึงเวลา 18.00 น. ของวันนี้ ก่อนที่จะกำหนดท่าทีต่อไปว่าหากจะไม่ได้รับการตอบรับจะมีมาตรการอย่างไรต่อไป
ทั้งนี้ ขั้นตอนของการเจรจา แกนนำบอกว่าเรื่องราคากิโลกรัมละ 100 บาท ในตอนนี้ ทางเกษตรกรผู้ปลูกยางพารายอมที่จะเข้าใจแล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้ยังมองว่ายังมีความเหลื่อมล้ำในการให้ความช่วยเหลืออยู่ โดยเฉพาะประเด็นของพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ซึ่งที่ผ่านมา เขามองว่าพื้นที่เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราที่ไม่เอกสารสิทธิ์มีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีถึงประมาณร้อยละ 90 ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ แต่ว่ามีการเข้าทำกินในพื้นที่นี้มานานหลายสิบปีแล้ว และถูกเก็บภาษีค่าน้ำยางมาโดยตลอด เพราะฉะนั้น เมื่อได้รับความช่วยเหลือก็ต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงด้วย ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง คือกลุ่มที่มีอาชีพรับจ้างในการกรีดยาง ซึ่งถ้าเกิดว่าไม่มีการให้ความช่วยเหลือครอบคลุมไปถึงผู้ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ จะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ 2,520 บาทต่อไร่ ตรงจุดนี้ด้วย แต่ว่าเงินที่เอามานั้นจะไปเป็นของเจ้าของที่ดินที่เป็นเจ้าของเอกสารสิทธิ์แทน
