ปชช.ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา - ถนนสายหลักติดขัด

ภูมิภาค
13:54
จำนวนผู้ชม 61
Thai PBS
ปชช.ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา - ถนนสายหลักติดขัด

ประชาชนจำนวนเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ส่งผลให้การจราจนบนถนนสายหลักๆ ทั่วประเทศมีปริมาณรถหนาแน่น โดยเฉพาะเส้นทางสายเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ

ตำรวจอ่างทอง ต้องตั้งด่านชะลอความเร็วลดอุบัติเหตุ พร้อมติดป้ายเตือนเป็นระยะ ๆ ห้ามรถบรรทุกและรถขนาดใหญ่ใช้ไหล่ทาง ถูกนำมาติดตั้งตลอดเส้นทางสายเอเชีย เพื่อเป็นการป้องกัน และลดการติดขัดของสภาพการจราจร หลังวันนี้ ( 27 ธ.ค.56) เป็นวันแรกที่มีประชาชนทยอยเดินทางขึ้นภาคเหนือ โดยใช้ถนนสายเอเชียเป็นจำนวนมาก

เช่นเดียวกับสภาพการจราจร บนถนนพหลโยธินขาขึ้น ก่อนเข้าเมืองสระบุรี ตลอดทั้งวัน ปริมาณรถที่ทยอยเดินทางกลับต่างจังหวัดเริ่มหนาแน่น ส่งผลให้รถชะลอตัวช้ามาก
โดยเฉพาะก่อนขึ้นสะพานต่างระดับมิตรภาพที่ท้ายแถวยาวสะสมหลายกิโลเมตร ขณะเดียวกันก็อุบัติรถชนกัน 6 คันซ้อน สาเหตุเนื่องจากมีรถเก๋งเลี้ยวตัดหน้ากระทันหัน

ขณะที่สภาพจราจรบริเวณเชิงสะพานเดชาติวงศ์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ที่มีปริมาณรถเพิ่มมากขึ้น ใช้ความเร็วได้เพียง 40-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ติดขัดเป็นบางช่วงเวลา

ส่วน จ.พิษณุโลก ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 117 พิษณุโลก - นครสวรรค์ ก็เริ่มมีรถยนต์ติดสะสมเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งเตือนให้ผู้ใช้รถ ไปใช้เส้นทางถนนวงแหวนเลี่ยงเมืองแทน คาดว่าช่วงเย็นถึงค่ำ จะมีปริมาณรถสะสมจำนวนมาก

ไม่ต่างกับบรรยากาศการจราจรบริเวณถนนสาย 304 กบินทร์บุรี- นครราชสีมา และถนนสายบายพาสเลี่ยงตัวเมืองนครราชสีมา ปริมาณรถเพิ่มมากขึ้น มีชะลอตัวบ้างบริเวณจุดกลับรถ แต่ยังสามารถใช้ความเร็วได้ดี

ส่วนบรรยากาศการเดินกลับภูมิลำเนาในเส้นทางอื่น ๆ พบว่า หลายจังหวัดมีประชาชน พากันไปใช้บริการขนส่งสาธารณะกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะสถานีรถไฟ
ทั้งที่ จ.พระนครศรีอยุธยา,อุบลราชธานี,บุรีรัมย์ และชุมทางหาดใหญ่ จ.สงขลา ที่พบว่า ตั๋วถูกจองเต็มล่วงหน้าไปจนถึงวันที่ 6 ม.ค.57

ขณะที่ตำรวจทางหลวง ได้เปิดศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุ บนถนนสายหลัก ๆ ทั่วประเทศ พร้อมวางมาตรการเข้มงวด โดยเฉพาะการดื่ม เครื่องดื่มผสมแฮลกอฮอล์กับคนขับ หากตรวจพบจะดำเนินคดีตามกฏหมายทันที เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตราย แต่ก็มีบางจังหวัด เช่น จ.พระนครศรีอยุธยา ที่พบว่า มีร้านค้าแอบขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บนถนนสายเอเชีย และสายพหลโยธิน เป็นจำนวนมาก ทั้งที่เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือก่อนหน้านี้แล้ว