ปชป.และพท.เร่งเดินหน้างานการเมือง
พรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคเพื่อไทยเร่งทำงานการเมืองด้วยการลงพื้นที่สร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่เพื่อช่วงชิงมวลชน ขณะที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เชื่อว่า คดียุบพรรคเป็นอุปสรรคสำคัญให้รัฐบาลประกาศยุบสภาภายในสิ้นปีนี้ ส่วนนายชวน หลีกภัย ตั้งทีมกฎหมายเพิ่มและย้ำให้ส.ส.ร่วมรวบรวมหลักฐานสู้คดี
การสัมมนาพรรคหัวข้อ"รวมพลังแก้ไขวิกฤต" ของพรรคประชาธิปัตยที่จังหวัดภูเก็ตแกนนำพรรคต่างเน้นย้ำส.ส.ในการทำงานทางการเมือง โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ระบุให้ส.ส.ลงพื้นที่หรือจัดสมัชชาประชาชนเผยแพร่งานของรัฐบาล ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคกำชับให้ส.ส.เข้าร่วมประชุมสภาซึ่งไม่ควรให้เกิดเหตุสภาล่มบ่อยครั้งเพราะมีร่างกฎหมายหลายฉบับที่ต้องผลักดันให้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนนโยบายและเห็นควรระมัดระวังการแสดงความเห็นในคดียุบพรรค
สอดคล้องกับนายชวน หลีกภัย หัวหน้าทีมกฎหมายต่อสู้คดียุบพรรคที่เรียกร้องให้ยุติการวิจารณ์คดีและเชื่อว่าตั้งแต่เดือนกันยายพรรคต้องทำการเมืองเพื่อต่อสู้คดีมากขึ้น และด้วยเหตุที่ต้องขับเคลื่อนงานของสภาจึงทำให้หัวหน้าทีมกฎหมายเสนอแต่งตั้งนายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์อดีตส.ส.ของพรรคมาร่วมทีมอีก 1 คน
ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทย โดยร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรง ประกาศอาสาตัวเป็นพยานให้ฝ่ายโจทย์ที่ฟ้องพรรคประชาธิปัตย์และระหว่างการเสวนา"เรื่องงบประมาณกับการพัฒนาประเทศ" ร.ต.อ.เฉลิมแสดงความเชื่อมั่นว่า อุปสรรคที่รัฐบาลต้องเผชิญจะเป็นแรงกดดันให้ต้องประกาศยุบสภาภายในสิ้นปีนี้
ขณะที่ระหว่างร่วมบรรยายในหัวข้อ"คิดใหม่ประเทศไทย"ในโครงการอบรบผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลงนั้น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่าสังคมไทยควรแก่เวลาที่จะปฏิรูปและเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะไม่สามารถก้าวข้ามวิกฤตความขัดแย้งได้ และระบุว่า ไทยขาดผู้นำเชิงรัฐบุรุษที่พร้อมทำเพื่อส่วนรวมทั้งนี้เสนอให้เปลี่ยนเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นการพัฒนาสังคม
