ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มสกัดระเบิด 467 จุดทั่วกรุง
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งปรับแผนรับมือ และป้องกันเหตุระเบิด 467 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร ให้เวลา 15 วัน ประเมินผลการทำงาน พร้อมคาดโทษพื้นที่ละเลย ขณะเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด วิเคราะห์ระเบิดที่เก็บกู้พบความเชื่อมโยงของหลักฐานจนเชื่อได้ว่าผู้ประกอบระเบิดเป็นคนกลุ่มเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากกลุ่มงานเก็บกู้ และตรวจพิสูจน์ระเบิดนำชิ้นส่วนระเบิดจากจุดเกิดเหตุสุภาวดีทาวเวอร์, หน้าโต๊ะสนุกเกอร์ ชุมชนพระรามสาม ซอย 29, ซอยชักพระ 16 ย่านตลิ่งชัน และหน้าสนามม้านางเลิ้งมาวิเคราะห์ และตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อหาความเชื่อมโยงจากการประกอบระเบิด
ด้าน พ.ต.ท.กำธร อุ่ยเจริญ รองผู้กำกับการกลุ่มงานเก็บกู้ และตรวจพิสูจน์ระเบิด กล่าวว่า เหตุระเบิดที่อาคารสุภาวดีทาวเวอร์ เป็นระเบิดซีโฟร์ต่อสายชนวนคล้ายประทัดยักษ์, ที่ถนนพระราม 3 ซอย 29 เป็นระเบิดแสวงเครื่อง จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ โดยใช้ระเบิดขว้างของญี่ปุ่น ชนิดไทป์ 97, ที่ซอยชักพระ 16 เขตตลิ่งชัน เป็นระเบิดดินดำต่อสายชนวน และบรรจุเศษสังกะสี
ส่วนที่หน้าสนามม้านางเลิ้ง เป็นระเบิดแสวงเครื่อง เหมือนกับที่พบในกระทรวงสาธารณสุข, เดอะมอลล์งามวงศ์วาน และที่หน้าโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย ต่างกันเพียงถังบรรจุ และวิธีการจุดชนวนเท่านั้น แต่วิธีการประกอบเชื่อได้ว่าเป็นคนร้ายรายเดียวกัน
หลังเกิดเหตุระเบิดบ่อยครั้งในช่วงนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลงานด้านความมั่นคง ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องหารือ พร้อมสั่งปรับแผนป้องกัน ซึ่ง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งเด็ดขาดให้ตำรวจเพิ่มมาตรการคุมเข้ม 467 จุดเสี่ยงสำคัญทั่วกรุงเทพมหานคร พร้อมตั้งเงื่อนไขให้เวลา 15 วันประเมินผลการทำงาน
ล่าสุด ผลการตรวจสอบกล้องวงจรปิดจุดระเบิดอาคารสุภาวดีทาวเวอร์ พบชายต้องสงสัย 2 คน และรถต้องสงสัยแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล ส่วนที่สนามม้านางเลิ้งกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนสะพานลอย และที่หน้าสนามม้านางเลิ้ง ซึ่งเชื่อว่าน่าจะจับภาพขณะคนร้ายมาวางระเบิดทิ้งไว้ได้
