นักวิชาการชี้ตร.รับส่วยเชื่อมโยงปัญหาซื้อขายตำแหน่ง
ปัญหาตำรวจกับผลประโยชน์ที่ได้จากสถานบันเทิงยังคงเป็นปัญหาที่พบอยู่ ซึ่งนักวิชาการมองว่าปัญหาดังกล่าวมาจากการซื้อขายตำแหน่งเพราะต้องการเลือกไปทำงานในพื้นที่ที่มีผลประโยชน์
จากกรณีที่เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เข้าตรวจค้นสถานบันเทิงย่านพระราม 3 ที่เปิดเกินเวลา และพบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปใช้บริการ นอกจากนี้ยังพบบัญชีรายการจ่ายเงินให้กับตำรวจในตำแหน่งต่างๆ หลายหน่วยงาน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งเรื่องของการเรียกรับผลประโยชน์ รวมถึงการสอบสวนตำรวจท้องที่ว่า ได้ปล่อยปละละเลยไม่ตรวจดูแลหรือไม่ โดยนักวิชาการซึ่งทำวิจัยเกี่ยวกับการคอรัปชั่นในองค์กรตำรวจ ซึ่งเป็นการศึกษาเชิงสถาบัน ได้พบว่า ปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์จากสถานบันเทิงมีมานานแล้ว ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องมาจากการซื้อขายตำแหน่งในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะการแบ่งระดับของสถานีตำรวจมาจากแหล่งอบายมุข หากพื้นที่ใดมีสถานบันเทิงมาก ก็จะถูกจัดลำดับเป็นสถานีตำรวจอันดับแรกที่ตำรวจมักจะเลือกไปทำงาน
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้เคยทำวิจัยร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ท. เกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นในภาครัฐ และประสบการณ์ในการถูกเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่รัฐ โดยพบว่า ประชาชนทั่วไปมีประสบการณ์ต้องจ่ายเงินสินบน ส่วย และเงินใต้โต๊ะให้เจ้าหน้าที่รัฐ ถึงร้อยละ 39.8 ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจจะประสบปัญหาหนักมากกว่า คือร้อยละ 50.6 โดยผลวิจัยยังระบุด้วยว่า อาชีพที่ประชาชนต้องจ่ายสินบนให้มากที่สุดคือตำรวจ คิดเป็น ร้อยละ 86.6 รองลงมาคือข้าราชการส่วนท้องถิ่น
