“ชัย” ยันไม่เกี่ยวตั้งเลขานุการ กมธ.ป.ป.ง.โยงเหตุบึ้ม
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีวาระสำคัญในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ ซึ่งเป็นแนวคิดของนายกรัฐมนตรี ภายใต้แนวทางรัฐสวัสดิการ ขณะที่ “ชัย” ปฏิเสธถึงความเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งเลขานุการ กมธ.ป.ป.ง.ที่ถูกเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่จังหวัดนนทบุรี
นายชัยยังเห็นว่า ข่าวเหตุระเบิดที่เชื่อมโยงกับเลขานุการคณะกรรมาธิการ ป.ป.ง.นั้น เป็นเรื่องที่ประธานคณะกรรมาธิการฯ จะต้องรับผิดชอบ และพร้อมที่จะตรวจสอบหากมีการร้องเรียนมายังคณะกรรมการจริยธรรมของสภาฯ
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่น.ส.วสา เทพเรียน เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และยาเสพติด (ป.ป.ง.) สภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ต้องสงสัยเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น จังหวัดนนทบุรี โดยยืนยันว่า การเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และยาเสพติด เป็นอำนาจของประธานคณะกรรมาธิการ ไม่เกี่ยวข้องกับประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งประธานคณะกรรมาธิการจะต้องแสดงความรับผิดชอบ แม้จะยังไม่ทราบผลการสอบสวนว่า น.ส.วสากระทำผิดหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของจรรยาบรรณ
ส่วนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เข้าสู่การพิจารณาร่างพ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ ให้จัดตั้งกองทุนให้ประชาชนทั่วไปที่มีอายุระหว่าง 20-60 ปี ซึ่งไม่อยู่ในระบบราชการหรือได้รับบำเหน็จบำนาญหรือสวัสดิการในระบบที่มีอยู่แล้ว โดยเปิดให้ประชาชนผู้เข้าร่วมจ่ายเงินสมทบแบบการออม 100-1,000 บาทต่อเดือน แล้วรัฐจะจ่ายสมทบให้อีกส่วนหนึ่ง จนอายุครบ 60 ปี ซึ่งกฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญต่อรัฐบาลที่จะนำไปสู่แนวทางการสร้างรัฐสวัสดิการภายใต้แนวคิดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ส่วนความเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังจากที่นายกรัฐมนตรียอมรับว่า พอใจและไม่พอใจผลงานของรัฐมนตรีบางคน แต่ยังไม่ปรับคณะรัฐมนตรีนั้น นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทยและรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า ไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีหมายถึงใคร แต่เห็นว่า หากมีใครที่นายกรัฐมนตรีสงสัยหรือติดใจ ก็ควรที่จะชี้แจง และพร้อมให้ตรวจสอบ หลังมีกระแสข่าวการทุจริตในหลายโครงการ
นายบุญจงยังเห็นว่า การนำเสนอนโยบายของพรรคเพื่อไทย อาทิ การเพิ่มค่าครองชีพของประชาชนวันละ 300 บาทนั้น เป็นเรื่องธรรมดาของทุกพรรคการเมือง แต่ก็ต้องพิจารณาว่า นโยบายดังกล่าวมีความเป็นไปได้หรือไม่
