นายกฯยืนยันข้อมูลมีผู้อยู่เบื้องหลังฝึกอาวุธ
นายกรัฐมนตรียืนยันในข้อมูลถึงกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังกรณีคดีจับชายฉกรรจ์ 11 คนที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอาวุธ และผู้ต้องหาที่เหลือ ซึ่งตำรวจกำลังขยายผลจับกุม โดยย้ำว่าไม่ต้องการให้เป็นประเด็นทางการเมือง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่ยืนยันข่าวการจับกุมตัวนายกษิ ดิฐธนรัชต์ ผู้ต้องหาคดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น หลังมีข่าวจับกุมได้ที่จังหวัดชลบุรี โดยระบุว่าอยู่ในระหว่างการดำเนินการของตำรวจที่จะขยายผลไปถึงผู้บงการซึ่งทางเจ้าหน้าที่มีความมั่นใจมากขึ้นและต้องระมัดระวังเรื่องการตัดตอน ส่วนข้อมูลการฝึกอาวุธที่มีการพาดพิงประเทศเพื่อนบ้านนั้นนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจสมเด็นฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เนื่องจากไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลกล่าวหา แต่เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ในการให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริงซึ่งได้ขอให้ระมัดระวังการให้ข่าว โดยยอมรับว่าผู้ที่ได้รับการฝึกกำลังนั้นมีจำนวนหนึ่งที่ยังไม่สวามารถจับกุมได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พยายามติดตามตัวอยู่ เพราะมีข้อมูลชื่อเล่นและภูมิลำเนารวมถึงการขยายผลเรื่องท่อน้ำเลี้ยงในการสนับสนุน หรือมีความเชื่อมโยงกับฝ่ายการเมืองด้วยหรือไม่ โดยบอกว่าไม่ต้องการให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นทางการเมือง
อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงปัญหาที่จอดรถในสนามบินสุวรรณภูมิว่านายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาว่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่ปกป้องผู้กระทำความผิด ส่วนข้อกล่าวหาว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นคนใกล้ชิดของทางพรรคภูมิใจไทยนั้นต้องมีการพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าบุคคลทั้ง3 ที่มีชื่อปรากฎตามสื่อ มีความเกี่ยวข้องอย่างไร รวมถึง
ขณะที่การตรวจสอบความไม่โปร่งใสโครงการเช่าซื้อระบบคอมพิวเตอร์ของกระทรวงมหาดไทยนั้นนายกรัฐมนตรีระบุว่ายังไม่ได้ข้อสรุปการตรวจสอบจากคณะกรรมการว่ามีความเกี่ยวข้องกับนายมงคล สุรสัจจะ ว่าที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือไม่ หากได้ผลการตรวจสอบและข้อสรุปจากทุกฝ่ายจะนำมาประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยอีกครั้ง ขณะที่ปัญหาความล่าช้าในการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ กรุงเมกกะ ของผู้แสวงบุญชาวไทย ทางนายกรัฐมนตรีให้กระทรวงวัฒนธรรมดำเนินการกับผู้ประกอบการที่เข้ามาแสวงหาประโยชน์ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซาก โดยต้องขึ้นบัญชีดำผู้ประกอบการที่มีปัญหาและหากมีนัการเมืองเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการด้วยเช่นกัน
