นายกรัฐมนตรีประชุมวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อรับทราบการประเมินสถานการณ์น้ำท่วมจากผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และนครราชสีมา โดยผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 2 จังหวัดยืนยันถึงการดูแลควบคุมระดับน้ำในพื้นที่ให้คงเดิมได้ แต่ยอมรับจำเป็นต้องใช้งบประมาณแก้ไขและช่วยเหลือเยียวยาประชาชนมากกว่า 100 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม หรือ วีดิโอคอนเฟอเรนซ์ กับผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบกับปัญหาอุทกภัย แต่ว่าได้เปลี่ยนเป็นการประชุมทางโทรศัพท์ทางไกลแทน เนื่องจากติดขัดปัญหาทางสัญญาณจากฝนตกหนักบริเวณรัฐสภา โดยนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นจังหวัดแรกที่ชี้แจงสรุปสถานการณ์ โดยยืนยันว่ากระแสข่าวที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และอีก 7 อ่างเก็บน้ำจะแตกนั้นไม่เป็นความจริง แต่เป็นเพียงกระแสน้ำที่ล้นจากทางน้ำล้น เพื่อควบคุมระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนเท่านั้น และภาพรวมของจังหวัดลพบุรียังควบคุมสถานการณ์ได้
ทั้งนี้ เมื่อเข้าสู่สถานการณ์ของ จ.นครราชสีมา ระบบดาวเทียมได้กลับมาใช้งานได้ ทำให้เห็นภาพ นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งรายงานสถานการณ์ในปัจจุบันว่าเข้าขั้นวิกฤต แต่ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และได้ใช้งบประมาณในการช่วยเหลือประชาชนไปแล้ว 100 ล้านบาท โดยมีแนวโน้มว่าจะต้องใช้งบประมาณมากกว่านั้น
ขณะที่นายกรัฐมนตรีรับฟังการชี้แจงสถานการณ์ของผู้ว่าราชการของทั้ง 2 จังหวัดแล้ว และขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดของทั้ง 2 จังหวัดให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะใช้งบประมาณเท่าไรก็ตาม
ขณะเดียวกัน วุฒิสภาได้ตั้งศูนย์บริจาคเพื่อช่วยเหกลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยใช้ชื่อโครงการว่า "วุฒิสภารวมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม" โดยประชาชนสามารถบริจาคเงิน หรือสิ่งของผ่านทางศูนย์รับบริจาคที่บริเวณห้องโถงของอาคารรัฐสภา 2 หรือโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทยในชื่อว่า "วุฒิสภารวมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม" ได้ หรือสายด่วนวุฒิสภา โทร. 1102
ทั้งนี้ ในเวลา 14.00 น. ของวันพรุ่งนี้ นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภาจะเป็นประธานปล่อยขบวนคาราวาน นำสิ่งของบริจาคชุดแรกกว่า 1,000 ชุด ไปช่วยผู้ประสบภัยใน 5 อำเภอของ จ.นครราชสีมา ประกอบไปด้วย อ.เมือง, อ.จักราช, อ.พิมาย, อ.ปักธงชัย และ อ.โชคชัย
