อุตุฯ เตือนเหนือ-กลาง-ตะวันออก-อีสานยังมีฝนหนัก
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตก ขณะที่กรมชลประทานเร่งระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยก่อนที่น้ำทะเลจะหนุนสูงในวันเสาร์-อาทิตย์นี้
นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในภาคกลางยังไม่น่าเป็นห่วง โดยกรมชลประทานยังรับมือกับการระบายน้ำได้ แต่อาจมีจังหวัดสิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ที่จะยังได้รับผลกระทบ ซึ่งกรมชลประทานได้ใช้ช่วงเวลานี้ที่น้ำทะเลยังไม่หนุนสูง เร่งระบายน้ำออกจากแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อรองรับน้ำที่จะไหลมาสมทบ โดยเขื่อนเจ้าพระยา ที่อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท มีการระบายน้ำที่ 2,617 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเร่งระบายด้วยการระบายน้ำออกสู่คลองสาขาในจังหวัดต่างๆ รวมทั้งมีการระบายไปที่คลองชัยนาท-ป่าสัก จังหวัดลพบุรีด้วย
ส่วนที่เขื่อนพระราม 6 มีการระบายน้ำ 1,185 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 1,096 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เช่นเดียวกับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่มีการระบายน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 930 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากเดิมที่ 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ล่าสุด ที่สถานีบางไทร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,948 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 2,508 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ระบุว่า สถานการณ์น้ำยังอยู่ในระดับที่ไม่น่าเป็นห่วง เพราะสามารถรับน้ำได้สูงสุดที่ประมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นอกจากนี้ โครงการลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่สามารถลดระยะทางการไหลของน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา จาก 18 กิโลเมตร ให้เหลือเพียง 600 เมตร ก็สามารถเปิดการระบายน้ำในช่วงจังหวะน้ำทะเลลง ได้ประมาณวันละ 26.76 ล้านลูกบาศก์เมตร
นอกจากนี้ ยังได้ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมสำรองกระสอบทรายกว่า 4 ล้านใบ รวมทั้งสถานีสูบน้ำ 157 แห่ง และประตูระบายอีก 214 แห่ง เตรียมรับมือน้ำที่จะเพิ่มขึ้น
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ราบลุ่มบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ให้ระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมต่อไป ส่วนร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกต่อไปอีก แม้ปริมาณจะเริ่มลดลง ส่วนพายุไต้ฝุ่นเมกีบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
