นายกฯชี้ยังต้องจับตาสถานการณ์น้ำท่วมกทม.ไปอีก 1-2 วัน
นายกรัฐมนตรีระบุสถานการณ์น้ำท่วมกทม.ต้องติดตามไปอีก 1-2 วัน พร้อมชี้จับตาพื้นที่ฝั่งตะวันออกกทม.เป็นพิเศษเพราะประสบปัญหาน้ำท่วมโดยตลอด ขณะเดียวกันในการประชุมครม.เศรษฐกิจในวันจันทร์นี้จะประเมินความเสียหาย และ หาทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ตรวจเยี่ยมและดูความพร้อมของศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมสำนักการระบายน้ำกรุงเทพ และ อุโมงค์ระบายน้ำจากบึงมักกะสันลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา สถานีสูบน้ำคลองขุดวัดช่องลม โดยนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือวิกฤตน้ำในกทม.ว่า ยังต้องดูสถานการณ์อีก 1- 2 วันแต่ถ้าระดับน้ำยังอยู่ในระดับนี้ก็คงไม่มีปัญหา เพราะระบบการระบายน้ำยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ขอฝากให้ดูประชาชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำที่จะต้องให้ความช่วยเหลือ และเยียวยาต่อไป อย่างไรก็ตามต้นเดือนหน้าก็ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีขอให้จับตาพื้นที่ด้านตะวันออกของกทม.เป็นพิเศษเพราะเคยประสบปัญหาน้ำท่วมมาก่อน ทั้งนี้จากนี้จะต้องมีการวางระบบจัดการน้ำทั่วประเทศแล้ว ยังต้องดูแลสิ่งก่อสร้างที่ขวางทางน้ำที่เป็นปัญหาในหลายจังหวัด ซึ่งต่อไปจะให้มีการสำรวจพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมทุกปี ซึ่งอาจทำให้มีการอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่แต่ก็ต้องดูความสมัครใจด้วย
นายกรัฐมนตรีระบุด้วยว่า สถานการณ์น้ำท่วมคงต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์กว่าจะคลี่คลาย เนื่องจากบางพื้นที่แม้จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วแต่ก็ยังมีบางพื้นที่ที่น้ำยังไปไม่ถึง
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าในวันจันทร์นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ ซึ่งจะมีการประเมินความเสียหาย และ ดูเรื่องของการช่วยเหลือผู้ประกอบการรวมถึงเรื่องของผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ หรือ จีดีพี
ส่วนเรื่องของการชะลอการระบายข้าวได้คุยกับนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีแล้วได้มีการทำความเข้าใจกับนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการระทรวงพาณิชย์แล้ว ซึ่งน่าจะมีความเข้าใจในทิศทางเดียวกันแล้ว ทั้งนี้การให้ชะลอการระบายข้าวเพื่อนำข้าวในสต๊อกมาช่วยเหลือประชาชน ส่วนการมอบเงินช่วยเหลือ 5,000บาท ให้กับประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังนาน 7 วันและพื้นที่ที่มีน้ำท่วมฉับพลันยืนยันว่า จะทำให้เร็วที่สุด
อย่างไรก็ตามยอมรับว่า อาจมีบางพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ 100 เปอร์เซ็นต์แต่ขอให้มีการแจ้งมาจะเร่งเข้าไปช่วยเหลือเร่งด่วน ส่วนเรื่องของการสำรวจความเสียหายนั้นคงต้องรอให้สถานการณ์นิ่งก่อน หากพื้นที่ใดน้ำลดแล้วกระทรวงมหาดไทยจะเข้าไปช่วยเหลือทันที
