ปริมาณน้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ปริมาณน้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้ยังคงไม่ลดลง เพราะยังคงมีฝนตกอยู่ในภาคเหนือตอนล่าง ส่งผลให้เขื่อนเจ้าพระยาต้องระบายน้ำมากขึ้นอีก แม้วันนี้น้ำทะเลจะไม่หนุนสูงจนทำให้การระบายน้ำช้าลงแล้วแต่ระดับน้ำที่ท่วมสูงในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็ยังคงทรงตัว
วันนี้เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ยังคงต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้นที่ 3,665 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเพิ่มจากวานนี้ 208 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพราะน้ำเหนือเขื่อนยังคงมีจำนวนมากจากฝนที่ยังตกอยู่ส่งผลให้ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีระดับน้ำเพิ่มขึ้น 7 เซนติเมตร ขณะที่มวลน้ำก้อนใหญ่ที่เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำในวันนี้จะเดินทางมาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในอีก 2 วันข้างหน้า
ส่วนที่จังหวัดลพบุรีระดับน้ำที่คลองชัยนาท-ป่าสักลดลงวันละประมาณ 10 เซนติเมตรและน้ำในแม่น้ำมีอัตราการไหลเร็วขึ้นกว่าวันที่มีน้ำทะเลหนุนสูงส่งผลให้การระบายไหลดีขึ้นทำให้ขณะนี้จังหวัดลพบุรียังเหลือพื้นที่อีก 3 อำเภอที่ยังมีน้ำท่วมอยู่ คือ อำเภอบ้านหมี่ อำเภอเมือง และอำเภอท่าวุ้ง ซึ่งระดับน้ำกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรมชลประทานจังหวัดลพบุรีคาดว่า พื้นที่ชุมชนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายใน 10 วัน ส่วนพื้นที่การเกษตรต้องใช้เวลาอีก 25 วัน
ส่วนที่ลำน้ำมูล น้ำกำลังไหลผ่านเข้าท่วมสูงสุดที่จังหวัดบุรีรัมย์ และกำลังเคลื่อนเข้าสู่จังหวัดสุรินทร์จากนั้นจะเข้าท่วมจังหวัดศรีสะเกษ และ ร้อยเอ็ด เป็นจังหวัดต่อไป ใน 4 – 5 วันข้างหน้านี้
ขณะที่ลำน้ำชีชลประทานจังหวัดขอนแก่น รายงานว่า พื้นที่การเกษตรริมแม่น้ำชีที่ตำบลพระลับ และตำบลบึงเนียม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ขณะนี้มีน้ำท่วมอยู่ที่ระดับ 80 เซนติเมตรถึง 1 เมตร ซึ่งทางจังหวัดกำลังเร่งสูบน้ำออกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
ขณะที่บ้านกุดกว้าง ตำบลท่าพระ อำเภอเมือง ระดับน้ำวันนี้สูงกว่าตลิ่ง 20 เซนติเมตรส่วนที่บ้านโจด อำเภอมัญจาคีรีน้ำยังคงทรงตัวโดยมีน้ำท่วมสูง 54 เซนติเมตร
สำหรับจังหวัดมหาสารคามน้ำก้อนใหญ่ในลำน้ำชียังเดินทางมาไม่ถึงซึ่งขณะนี้ยังอยู่ที่อำเภอมัญจาคีรี อ.บ้านไผ่ และอำเภอชนบทที่จังหวัดขอนแก่นคาดว่า จะมาถึงจังหวัดมหาสารคามวันที่ 31 ตุลาคมนี้
ส่วนชลประทานจังหวัดอุบลราชธานี รายงานว่า น้ำก้อนแรกในลำน้ำมูลจะเดินทางมาถึงจังหวัดอุบลราชธานีในวันที่ 29-30 ตุลาคมนี้ ก่อนน้ำในลำน้ำชีที่จะเดินทางมาถึงช้ากว่า 3-4 วัน โดยลำน้ำทั้งสองสายจะมารวมกันที่อำเภอวารินชำราบ และคาดว่าระดับน้ำในลำน้ำจะสูงถึง 7.50 เมตรทรงตัวอยู่นาน 2 สัปดาห์ และจะเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงเดือนธันวาคม
