ครม.เล็งเพิ่มหลักเกณฑ์เยียวยาผู้ประสบภัยพายุและดินถล่ม
คชอ.ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนท์สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก พายุ และดินถล่ม ใน 7 จังหวัดภาคใต้ ขณะที่คณะรัฐมนตรีเตรียมพิจารณาหลักเกณฑ์เยียวยาผู้ประสบภัยจากพายุและดินถล่มในวันอังคารนี้
การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 9 พ.ย.นี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยันถึงการพิจารณาหลักเกณฑ์เยียวยาผู้ประสบภัยพายุและดินถล่มเพิ่มเติมจากเดิมที่มีเพียงอุทกภัย
โดยขั้นตอนการพิจารณา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการกำกับ ติดตาม การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) ระบุว่า หลังการประสานกับรัฐมนตรีและส.ส.ที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ พบว่าความเสียหายในภาคใต้ จำเป็นต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ใหม่ ซึ่ง คชอ. จะได้ประชุมสรุปแนวทางในวันจันทร์นี้ (8 พ.ย.) ก่อนส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ
ขณะที่ผลการประชุม คชอ.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนท์ นอกจากการกำชับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์การเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ครอบครัวละ 5,000 บาทแล้ว ยังมีการเน้นย้ำให้เฝ้าระวังและแจ้งเตือนเหตุน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มในจังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดปัตตานี จังหวัดตรัง จังหวัดสตูล และจังหวัดนราธิวาส ขณะที่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง สั่งการเร่งรัดการระบายน้ำที่ท่วมขัง เนื่องจากน้ำทะเลจะหนุนสูงในวันที่ 7-8 พ.ย.นี้
มีรายงานว่า ในวันอังคารนี้ (9 พ.ย.) นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบเรื่องการชดเชยเพิ่มเติมให้เกษตรกรในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2552 และ 2553 ในจำนวนข้าวเปลือก 1,807,716 ตัน รวมเป็นเงินจำนวน 651 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกผันผวนจากภัยพิบัติธรรมชาติ
