ประชุม ครม.นัดสุดท้าย
มีรายงานว่า นายอำพน กิตติอำพล เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ระบุว่าการประชุมคณะรัฐมนตรีชุดที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะร่วมประชุมนัดสุดท้ายในวันนี้ (12 ก.ค.) จะไม่มีการพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากต้องรอความชัดเจนจากการรับรองผลการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งต้องรับรองให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 95 จึงจะสามารถเปิดประชุมสภาฯได้ตามกฎหมาย ซึ่งขั้นตอนหลัง กกต. รับรองผลครบตามจำนวน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการ กกต. และเลขาธิการสำนักพระราชวัง จะต้องหารือและตกลงเพื่อกำหนดวันประชุมอีกครั้ง โดยวาระการประชุม ครม.ในวันนี้ จึงน่าจะมีเพียงการแต่งตั้งกงสุลไทยประจำประเทศต่างๆ เท่านั้น
ขณะที่ รศ.ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าการพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมสภาฯ จะเป็นเพียงการเห็นชอบในหลักการ ซึ่งจะไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่แน่นอน เพราะต้องการรับรองผลจาก กกต. ซึ่งหลังจากนั้น เมื่อเห็นชอบในหลักการก็สามารถประสานกันภายในระหว่างเลขาทั้ง 3 ฝ่าย เพื่อกำหนดวันได้อีกครั้ง ในวันนี้จึงน่าจะมีการพิจารณาในเรื่องดังกล่าว
นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีน่าจะมีการพิจารณาต่ออายุพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ออกไปอีก 3 เดือน รวมถึงการรับรองผลการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่กระทรวงการต่างประเทศเดินทางไปร่วมประชุมที่อินเดีย ส่วนกรณีศาลโลกจะตัดสินคดีที่กัมพูชายื่นร้องให้มีมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ขณะนี้เป็นหน้าที่ของคณะทำงานกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะต้องเดินหน้าดูแลเรื่องนี้ต่อไปจนกว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเข้ามารับหน้าที่
ส่วนคณะรัฐมนตรีชุดนี้จะรักษาการณ์ปฏิบัติหน้าที่ไปจนกว่ารัฐบาลชุดใหม่พร้อมทำงาน แต่จะไม่มีการประชุมคณะรัฐมนตรีอีกแล้ว เช่นเดียวกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จะยังทำหน้าที่ต่อไป ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่านายกรัฐมนตรีอาจจะลงพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางอีกครั้ง เพื่อตรวจเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือผู้ประอุทกภัย
