กองปราบจับผู้ต้องหา อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ปปส.ปล้นทรัพย์เหยื่อ
นายศรีสุริเยน ศรีกมลภักดี ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ถูกตำรวจกองบังคับปราบปรามเข้าจับกุมภายหลังร่วมกับพวกอีก 2 คนซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนี อ้างตัวเป็นตำรวจและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดหรือ ปปส. กล่าวหานายบุญส่ง อาภรณ์ เจ้าของร้านขายของชำย่านสุขุมวิท 71 ว่า มีหมายจับในคดียาเสพติดก่อนจะบังคับให้ขึ้นรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้าแอคคอร์ดสีดำ แล้วพาผู้เสียหายมาที่ลานจอดของรถกองบังคับการปราบปราม โดยไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่ ก่อนจะร่วมกันทำร้ายร่างกายและรีดไถเอาสร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือ และ แหวนทองคำรวมน้ำหนัก 10 บาท และ เงินสดจำนวน 60,000 บาท มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท จากนั้นได้ขู่ให้ผู้เสียหายโอนเงินสดให้อีกจำนวน 50,000 บาทเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด หลังจากนั้นจึงพาผู้เสียหายไปทิ้งไว้ริมถนนตรงข้ามห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว
ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี โดยผู้เสียหาย ยืนยันว่า ไม่มีประวัติยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่จำใจโอนเงินจำนวนดังกล่าวให้เนื่องจากเกรงว่าจะถูกยัดเหยียดข้อหาว่ามียาเสพติดไว้ในครอบครอง
จากการสืบสวน พบว่า นายศรีสุริเยน เป็นอดีตทหาร และ เคยถูกจับกุมในคดีเกี่ยวปลอมและใช้เอกสารปลอม โดยปลอมแปลงใช้บัตรข้าราชการตำรวจ ยศร้อยตำรวจเอก ตำแหน่งรองสารวัตรฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 ในพื้นที่ สน.คลองตัน โดยนายศรีสุริเยน ให้การว่า ตนเองทำหน้าที่ขับรถเท่านั้น โดยมีพวกอีก 2 คนจะทำการประกบและข่มขู่ผู้ต้องหา ซึ่งตำรวจเตรียมขยายผลและจับผู้ต้องที่เหลือมาดำเนินคดี
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา ปล้นทรัพย์ในสถานที่ราชการโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด ,ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด และร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว
