ทบ.หยุดการใช้ ฮ.เบลล์ 212 ชั่วคราว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์อุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ประสบอุบัติเหตุ โดยเฉพาะเหตุการณ์ครั้งล่าสุด คือ เฮลิคอปเตอร์เบลล์ 212 ที่นายกรัฐมนตรียืนยันว่าการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพที่ไม่ได้มีปัญหา และเฮลิคอปเตอร์รุ่นเบลล์ 212 นั้นตัวนายกรัฐมนตรีเอง กับผู้บัญชาการทหารบกเคยใช้โดยสารอยู่ตลอด โดยไม่มีอะไรที่บอกถึงความผิดปกติของเครื่อง
ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ยังเชื่อมั่นในขวัญกำลังใจของทหาร และยอมรับว่าเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงของกองทัพส่วนใหญ่ใช้งานมานาน โดยเฉพาะเครื่องที่ตกลำล่าสุด ใช้งานไม่ต่ำกว่า 19 ปีย่อมจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ ยังกังวลต่อแผนกู้ภัย และลำเลียงกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ที่ทุรกันดาร ไม่สามารถปรับใช้ทางอื่นได้นอกจากการใช้เฮลิคอปเตอร์
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวยอมรับถึงสาเหตุที่เฮลิคอปเตอร์เบลล์ 212 ตกล่าสุดว่า มาจากเครื่องยนต์ขัดข้อง ซึ่งแตกต่างจากอุบัติเหตุ 2 ครั้งแรกที่เกิดจากสภาพอากาศ ขณะเดียวกัน กองทัพได้ระมัดระวังการใช้อากาศยาน แต่ต้องยอมรับว่าการปฏิบัติภารกิจขึ้นบินหลายเที่ยวยิ่งทำให้ความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น
ผู้บัญชาการทหารบกยืนยันว่า เฮลิคอปเตอร์เบลล์ 212 ถือว่าเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่ทันสมัยที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยเข้าประจำการประมาณปี 2535 หรือ 19 ปีที่ผ่านมา และมีการซ่อมบำรุงมาตลอด ถ้าเครื่องไม่ปลอดภัยก็จะไม่นำขึ้นบิน
ขณะที่ พล.ต.พิทยา กระจ่างวงษ์ ผู้บัญชาการศูนย์การบินกองทัพบก เปิดเผยว่า จะให้หยุดภารกิจการใช้เฮลิคอปเตอร์เบลล์ 212 ที่มีอยู่จำนวน 20 ลำ เพื่อตรวจสภาพของเครื่อง หลังจากนั้นจะมีการจัดกิจกรรมในการเรียกขวัญ และกำลังใจของนักบิน
ส่วนเครื่องแสดงตำแหน่งอากาศยานกรณีเกิดอุบัติเหตุ หรือเครื่องอีแอลที ซึ่งพบในซากเครื่องแบล็กฮอว์ก ผู้บัญชาการศูนย์การบินกองทัพบก กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่สามารถแสดงตำแหน่งของเครื่องที่ตกได้ น่าจะมาจากเครื่องอีเแอลทีหลุดออกมาจากแบตเตอรี่ ซึ่งน่าจะเกิดจากแรงกระแทกระหว่างที่เครื่องตก ทำให้เครื่องดีแอลทีส่งสัญญาณได้เพียงระยะสั้น จนดาวเทียมไม่สามารถจับสัญญาณเพื่อรายงานผลได้
ด้าน พล.ท.อุดมเดช สีตะบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 แถลงข่าวภายหลังปฏิบัติการเคลื่อนย้ายศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดจบสิ้นลง โดยระบุว่าการแก้ไขสถานการณ์ และการเก็บกู้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ใช้เวลาในการปฏิบัติการ 8 วัน 9 คืน นับตั้งแต่วันที่ 16 - 24 กรกฎาคม มีผู้เสียชีวิตรวม 17 คน บาดเจ็บ 1 คน และขอสดุดีวีรกรรมของผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วน ที่ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถด้วยความเสียสละ รวมทั้งขอแสดงความเสียใจกับญาติของผู้เสียชีวิต ทั้งทหารและพลเรือน
ส่วนผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าอุบัติเหตุ 2 ครั้งแรก เป็นเรื่องของสภาพอากาศที่เลวร้าย และเหตุการณ์ล่าสุดเป็นเรื่องที่เกิดจากเครื่องยนต์ขัดข้อง
