“ยิ่งลักษณ์” ย้ำ รมว.ต่างประเทศ ต้องมีความสามารถพิเศษด้านการทูต
กกต.ปฏิเสธข่าวฝ่ายการเมืองเจรจาต่อรองให้ประโยชน์เพื่อแลกกับการรับรองความเป็น ส.ส. ขณะที่ “ยิ่งลักษณ์” ยอมรับเร่งวางนโยบายและจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว แต่ขอเวลาพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะ รมว.ต่างประเทศ ซึ่งย้ำคุณสมบัติต้องมีความสามารถพิเศษด้านการทูต
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวภายหลังพบปะพูดคุยกับเอกอัครราชทูตออสเตรียและรัสเซียประจำประเทศไทย โดยยืนยันถึงการเร่งจัดวางนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ พร้อมยอมรับว่าต้องใช้เวลาเพื่อความรอบคอบในดำเนินการที่จะเกิดประโยชน์กับประชาชนให้มากที่สุด เช่นเดียวกับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี โดยเฉพาะ รมว.ต่างประเทศ ต้องมีความสามารถพิเศษด้านการทูต เพื่อเข้ามาแก้ปัญหาไทย-กัมพูชา
สอดคล้องกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ย้ำถึงปัญหาระหว่างไทยและกัมพูชาว่า รัฐบาลใหม่ต้องคำนึงถึงหลักสำคัญในการดำเนินการ ทั้งในแง่ของกฎหมาย ยุทธศาสตร์ทางการทหาร และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตลอดจนการบริหารจัดการปัญหาร่วมกับกองทัพ แต่ปฏิเสธตอบโต้ข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลปัจจุบันคือต้นตอของปัญหา ซึ่งพรรคเพื่อไทยเองควรทบทวนปัญหาในอดีตและเร่งวางแนวทางแก้ไขให้ชัดเจน โดยเฉพาะการรักษาอธิปไตยของไทย
ขณะที่การประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งตามวาระคือการพิจารณารับรองความเป็น ส.ส.เพิ่มเป็นชุดที่ 4 จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปในการประกาศรับรองเพิ่ม โดยระหว่างการประชุม มีนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เข้าชี้แจงคุณสมบัติของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย
ก่อนหน้านี้ นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ปฏิเสธข่าวการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการรับรองความเป็น ส.ส. พร้อมย้ำการทำหน้าที่โดยสุจริตและโปร่งใส
เช่นเดียวกับคำยืนยันของนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. และนางสดศรี สัตยธรรม พร้อมระบุหากบุคคลใดมีข้อมูลหรือพบเห็นพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์ ไม่เพียงกรรมการ กกต. แต่รวมถึงเจ้าหน้าที่ กกต. ก็สามารถยื่นเรื่องฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาได้ ทั้งนี้มีรายงานว่า ผลการประชุมของ กกต.วันนี้ (25 ก.ค.) นอกจากพิจารณารับรองความเป็น ส.ส.แล้ว อาจพิจารณาสั่งเลือกตั้งใหม่
