สปน.เร่งรัดตาม
นายระพีพันธุ์ สริวัฒน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการเร่งรัด ติดตามหน่วยงานของรัฐที่เกิดกรณีเงินขาดบัญชีหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริต ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด เพื่อให้ได้รับทราบผลการดำเนินการทั้งการชดใช้เงิน หรือทรัพย์สินคืน การดำเนินการทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัยโดยเร็ว และได้กำหนดให้รายงานผลการเร่งรัด ติดตามให้นายกรัฐมนตรีทราบโดยต่อเนื่องทุก 6 เดือน ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 รอบ 6 เดือนแรก (ตุลาคม 2553 – มีนาคม 2554) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับแจ้ง กรณีเงินขาดบัญชีหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริตจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และหน่วยงานที่เสียหายโดยตรงรวม 118 เรื่อง จำนวนเงินที่เสียหายรวม 301.52 ล้านบาท ทั้งนี้ หน่วยงานที่มีจำนวนเรื่องเงินขาดบัญชีหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริตสูงสุดคือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รองลงมาเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ โดยประเภทของการทุจริตคือ การยักยอกเงินและทรัพย์สินราชการ รองลงมาคือการทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง
หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า สำนักนายกรัฐมนตรีสามารถดำเนินการเร่งรัด ติดตามกรณีเงินขาดบัญชีฯ จนสามารถยุติเรื่องได้ จำนวน 69 เรื่อง โดยผลการยุติทางแพ่ง และหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำการทุจริตได้ชดใช้เงินคืนให้กับทางราชการ จำนวน6.92 ล้านบาท มีการลงโทษผู้กระทำผิดทางวินัยไล่ออก 12 ราย ปลดออก/เลิกจ้าง 16 ราย ตักเตือน ตัดเงินเดือน ลดขั้นเงินเดือน ๒๖ ราย อยู่ระหว่างรอผลการอุทธรณ์และอื่น ๆ 6 ราย ส่วนผลการยุติทางอาญาปรากฏว่า มีเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีของอัยการหรือศาล 6 ราย และไม่มีการดำเนินการคดีทางอาญาหรือไม่ใช่กรณีทุจริต และอื่น ๆ อีก 52 ราย
