กรมชลฯ เตือนคนกรุงรับมือน้ำท่วมในสัปดาห์หน้า

สังคม
02:14
จำนวนผู้ชม 16
Thai PBS
กรมชลฯ เตือนคนกรุงรับมือน้ำท่วมในสัปดาห์หน้า

กรมชลประทานระบุพายุนกเตนได้อ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชั่นแล้ว ทำให้ความรุนแรงลดน้อยลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ พร้อมเตือนประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้เตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมจากน้ำเหนือที่อาจจะไหลมาในสัปดาห์หน้า

นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้พายุโซนร้อนนกเตนได้อ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชั่นแล้ว ทำให้ลดความรุนแรงลงไปมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมทั้งปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงอยู่ในระดับต่ำ จึงช่วยให้การระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดหนองคายและจังหวัดนครพนม สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้รวดเร็ว
ส่วนพื้นที่ทางภาคเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ เช่น จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน และจังหวัดพิจิตร จะได้รับผลกระทบอีก เพราะลุ่มน้ำยมมีปริมาณฝนตกสะสมในพื้นที่มากกว่าปี 2553 และเป็นลุ่มน้ำเดียวที่ไม่มีเขื่อนในการบริหารจัดการน้ำ ทั้งนี้ได้สั่งการให้เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์พร่องน้ำลง เพื่อเตรียมพื้นที่ไว้รับน้ำเหนือที่จะมาถึงเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาทในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจจะทำให้พื้นที่ในกรุงเทพฯ ที่อยู่บริเวณนอกคันกั้นน้ำ อาจได้รับผลกระทบ จึงเตือนให้ประชาชนเตรียมรับมือและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมไว้ด้วย เพราะปริมาณฝนตกในปีนี้ค่าเฉลี่ยตั้งแต่เดือน ม.ค.จนถึงปัจจุบันมีมากกว่าปี 2553 ทั้งปีแล้ว
ด้านนายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้สั่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่น เนื่องจากใกล้รัศมีพายุนกเตนมากที่สุด ซึ่งหากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันก็สามารถออกช่วยเหลือประชาชนได้ทันที
เจ้าหน้าที่นำป้ายเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนไปติดตั้งบริเวณบ้านแสงดาว ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน หลังน้ำจากลำน้ำห้วยแฮตไหลเข้าท่วมพื้นที่และถนนสายน่าน-แม่จริม ขณะที่ชาวบ้านกังวลว่า หากมีฝนตกหนักตลอดทั้งคืน น้ำในแม่น้ำน่านอาจมีระดับสูงขึ้น และขยายวงกว้างเหมือนเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา
ส่วนที่จังหวัดแพร่ ฝนที่ยังตกต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำยมเพิ่มระดับสูงขึ้นเฉลี่ยชั่วโมงละ 50 เซนติเมตร และไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในอำเภอสูงเม่น อำเภอเด่นชัย และอำเภอวังชิ้น ก่อนจะไหลไปยังจังหวัดสุโขทัย ขณะที่ตัวเมืองแพร่ ล่าสุดระดับน้ำเริ่มทรงตัว
นอกจากนี้ น้ำป่าที่หลากมาตามลำน้ำคลองตรองได้เอ่อเข้าท่วมพื้นที่ตำบลบ่อทองและตำบลผักขวง อำเภอทองแสนขัง จังหวัดอุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่เร่งนำเรือท้องแบนช่วยอพยพชาวบ้านไปอยู่ในที่ปลอดภัย
บริเวณขนส่งอำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เจ้าหน้าที่และบริษัทรถร่วมเอกชนต้องย้ายโต๊ะทำงานและนำรถโดยสารออกมาให้บริการประชาชนบริเวณถนนพนังชลประทาน สายหนองคาย-โพนพิสัยแทน ภายหลังสภาพฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในย่านใจกลางเศรษฐกิจของตัวเมืองหนองคาย ขณะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต้องงดจ่ายกระแสไฟฟ้าในหลายชุมชนเพื่อความปลอดภัย
ขณะที่จังหวัดอุดรธานี สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากน้ำป่าจากเทือกเขาคีรีวงกตได้ไหลหลากเข้าท่วมไร่นาและบ้านเรือนประชาชนหลายหมู่บ้านในเขตอำเภอนายูงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนายอำเภอนายูงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งจัดเตรียมแผนการอพยพและช่วยเหลือชาวบ้าน โดยเฉพาะที่บ้านนาคำ ซึ่งถนนเข้าออกถูกตัดขาด เนื่องจากระดับน้ำป่าที่ไหลเข้าท่วมสูงกว่า 1 เมตร
ที่จังหวัดเลย ปริมาณน้ำป่าจากอ่างเก็บน้ำห้วยสร้างโทนได้เอ่อเข้าท่วมนาข้าวและไร่ข้าวโพดของเกษตรกรกว่า 100 ไร่ในตำบลชัยพฤกษ์ อำเภอเมือง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งสูบน้ำออกเพื่อป้องกันพืชผลเสียหาย
ขณะที่จังหวัดสกลนคร ปริมาณน้ำจากทะเลสาบหนองหารได้ไหลเข้าท่วมถนนภายในเขตเทศบาลตำบลเชียงเครือ อำเภอเมืองสกลนคร สูงกว่า 20 เซนติเมตร ขณะที่ทางจังหวัดต้องจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าจากเทือกเขาภูพานที่คาดว่าจะไหลหลากเข้าท่วมไร่นาของชาวบ้านในเขตอำเภอเมืองและอำเภอโคกศรีสุพรรณตลอด 24 ชั่วโมง