อุตุฯเตือนพื้นที่เสียงระวังน้ำป่า-น้ำท่วมฉับพลัน จากฝนที่ตกหนักในช่วงนี้
ชาวบ้านตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลกยังคงต้องพักอาศัยอยู่ในเพิงพักริมถนน หลังน้ำจากแม่น้ำยม และ แม่น้ำน่าน ไหลเข้าท่วมบ้านเรือน และยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนที่ยังอาศัยอยู่ในบ้านได้ต้องเร่งต่อเติมไม้เพื่อเก็บทรัพย์สินให้สูงพ้นน้ำ หลังแม่น้ำยมยังมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนที่อำเภอเมืองสุโขทัยชาวบ้านยังคงได้รับความเดือดร้อนจากน้ำที่ขยายวงกว้างเข้าท่วมถนนหลายสายในตัวเมืองสุโขทัย ส่งผลให้ผู้ใช้บริการสถานีขนส่ง และ โรงพยาบาลสุโขทัย ได้รับความเดือดร้อนหนัก ขณะที่น้ำจากอ่างเก็บน้ำทุ่งทะเลหลวงยังคงล้นสปิงเวย์เข้าท่วมตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมืองสุโขทัย ชาวบ้านต้องใช้เรือในการสัญจรเนื่องจากระดับน้ำสูงมากกว่า 1 เมตร
ส่วนที่จังหวัดเชียงรายนายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เข้าตรวจสอบสภาพสะพานแม่น้ำคำ บริเวณบ้านสบกก ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน หลังถูกกระแสน้ำในแม่น้ำคำกัดเซาะจนตอม่อทรุดตัวส่งผลให้ประชาชนต้องใช้เส้นทางเลี่ยงที่มีระยะทางเพิ่มกว่า 20 กิโลเมตร โดยสั่งการให้หมวดการทางเชียงแสนนำสะพานเหล็กแบบแบร์ริ่งมาติดตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในเขตพื้นจังหวัดนครสวรรค์ที่รับน้ำจากแม่น้ำยมและน่านที่ไหลมาจากจังหวัดพิจิตรได้ท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอได้แก่ อำเภอชุมแสง อำเภอเก้าเลี้ยว อำเภอเมือง อำเภอโกรกพระ และ อำเภอพยุหะคีรี พื้นที่การเกษตรเสียหายเกือบ 50,000 ไร่ ประชาชนเดือดร้อน เกือบ 4,000 ครัวเรือน นอกจากนี้น้ำที่เอ่อจากแม่น้ำยมและน่านได้ล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมโรงเรียนจนต้องออกประกาศสั่งปิดโรงเรียนไปแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดพันลาน โรงเรียนบ้านลาด โรงเรียนบางเคียน และโรงเรียนบางไทร อย่างไม่มีกำหนดจนกว่าระดับน้ำจะลดลงเป็นปกติ
ส่วนฝนที่ฝนตกลงในพื้นที่อำเภอนาดี และ กบินทร์บุรี ส่งผลให้น้ำในแควหนุมานที่รับน้ำมาจากแควพระโสมงแควพระสะทึงได้ไหลลงมาบรรจบ ทำให้น้ำในแควหนุมานด้านอำเภอกบินทร์บุรีเอ่อล้นตลิ่ง ส่งผลให้ชาวบ้านบริเวณตลาดเก่าอำเภอกบินทร์บุรี และ บ้านเรือนที่ปลูกอยู่ริมแม่น้ำ ต้องรีบขนย้ายทรัพย์สินไปไว้บนที่สูง
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ราบลุ่ม บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก ซึ่งทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และมีพื้นที่น้ำท่วมในช่วงวันที่ 17-21 กรกฎาคมนี้ เนื่องจากคลื่นกระแสลมตะวันออกจากทะเลจีนใต้ที่เคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
ขณะที่ในวันนี้ ร่องมรสุมกำลังปานกลางจะพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนตกชุกหนาแน่น ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่
