แผนฝุ่นชาติ : มาตรฐานโลกไม่อยู่ที่ไทย ?

สิ่งแวดล้อม
11:00
จำนวนผู้ชม 1,153
แผนฝุ่นชาติ : มาตรฐานโลกไม่อยู่ที่ไทย ?
เปิดแผนปฏิบัติการฝุ่นระดับชาติ เน้นเชิงรุก หลังสัญญาณเตือนสีส้มกระพริบหลายจุดในกรุงเทพฯ "กรีนพีซ" ชมรัฐบาลไทยตื่นตัว แต่ยังให้น้ำหนักด้านสุขภาพน้อย เสนอรัฐประกาศเตือนภัยตามค่ามาตรฐานโลก ขณะที่ นักวิชาการจุฬาฯ ระบุ ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดสำคัญต่อการวางแผน


เปิดมือถือเช็กค่าฝุ่น

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ต้องเปิดแอปพลิเคชันในมือถือเพื่อเช็กค่าฝุ่น PM 2.5 ในอากาศกันอีกครั้ง หลัง กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ระหว่าง วันที่ 5 - 13 พ.ย.2562 หลายพื้นที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน

ก่อนหน้านี้ (ก.ย.2562) พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ถูกจู่โจมด้วยหมอกควันข้ามแดนจากไฟป่าและพื้นที่เกษตรขนาดใหญ่บนเกาะสุมาตรา และเกาะกาลีมันตัน ประเทศอินโดนีเซีย 

   อ่านเพิ่ม : วิกฤต "ควันไฟป่า" ส่งผล 5 จังหวัดใต้ฝุ่น PM2.5 พุ่ง

 

ภาพประกอบข่าว แผนฝุ่นชาติ : มาตรฐานโลกไม่อยู่ที่ไทย ?


แต่นั่น ก็ไม่ทำให้เกิดคำถามต่อรัฐบาล เท่ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ ช่วงประชุมสุดยอดอาเซียน ที่มีการรณรงค์ของนักสิ่งแวดล้อม ที่เรียกร้องให้รัฐบาลไทยและประเทศสมาชิกอาเซียน เปิดเวทีแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนให้เห็นเป็นรูปธรรม ตามโรดแมปอาเซียนปลอดหมอกควัน ปี 2020 จนถึง ล่าสุด ที่มีสัญญาณสีส้มของค่าฝุ่นเต็มจอมือถือ

ฝุ่นกำลังจะกลับมา รัฐบาลมีแผนรับมือหรือยัง ? คือ คำถามที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น

แผนฝุ่นชาติ

เพิ่มวันอากาศดี ลดจุดความร้อน ลดจำนวนผู้ป่วย คือ 3 ตัวชี้วัดหลักในแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2562 หลังรัฐบาล คสช. ประกาศให้การแก้ปัญหาฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ภาพประกอบข่าว แผนฝุ่นชาติ : มาตรฐานโลกไม่อยู่ที่ไทย ?


แผนนี้วางอยู่บนหลักการป้องกันไว้ก่อน (Precautionary Principle) โดยเน้นการทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันผลกระทบล่วงหน้า ผ่าน 3 มาตรการสำคัญ คือ การบริหารจัดการเชิงพื้นที่ การบริหารจัดการมลพิษที่ต้องมีการเพิ่มประสิทธิภาพ และสุดท้าย คือ มาตรการในการป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง

5 แหล่งกำเนิดมลพิษที่แผนนี้จะเข้าไปจัดการ คือ มลพิษจากยานพาหนะ การเผาในที่โล่งและภาคเกษตร การก่อสร้างและผังเมือง อุตสาหกรรม และครัวเรือน โดยมอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ รับผิดชอบ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม ดูแลการบังคับใช้มาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ใหม่ ที่จะต้องเปลี่ยนไปสู่น้ำมัน Euro 5 ภายในปี 2564 และ Euro 6 ภายในปี 2565

ขอสัก 25 ได้ไหม?

การมีแผนฯ แสดงให้เห็นถึงการตื่นตัวของภาครัฐ แต่การใช้เกณฑ์ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เป็นตัวชี้วัดในการลงมือ เหมือนให้ความสำคัญกับสุขภาพน้อยไปหน่อย
ภาพประกอบข่าว แผนฝุ่นชาติ : มาตรฐานโลกไม่อยู่ที่ไทย ?


นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชื่นชมความพยายามของรัฐบาลในการจัดทำแผนฉบับนี้ เพราะจะทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้เห็นแนวทางปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นได้ชัดเจนขึ้น แต่รู้สึกเสียดายที่แผนให้น้ำหนักกับสุขภาพของประชาชนน้อยเกินไป

เขายกตัวอย่าง การแบ่งระดับการปฏิบัติการที่แต่ละจังหวัดต้องใช้เกณฑ์มาตรฐานของค่าฝุ่น PM 2.5 ราย 24 ชั่วโมง เป็นตัวกำหนด เช่น ระดับที่ 1 ค่าฝุ่นไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. ให้ทุกหน่วยฏิบัติภารกิจตามปกติ จากนั้นค่อย ๆ ยกระดับปฏิบัติการให้เข้มข้นขึ้น ตามค่าฝุ่น PM 2.5 ที่มากขึ้น

ภาพประกอบข่าว แผนฝุ่นชาติ : มาตรฐานโลกไม่อยู่ที่ไทย ?


ในช่วงที่ฝุ่นปกคลุมกรุงเทพฯ และภาคเหนือตอนบน ตัวเลข 50 เคยถูกตั้งคำถามว่า “ปอดคนไทย ไม่ได้แข็งแรงกว่าใครในโลก” ทำไมไม่ปรับค่ามาตรฐานฝุ่น PM 2.5 ให้ต่ำกว่านี้ แน่นอนว่า แผนฉบับนี้ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องดังกล่าว แต่ก็ระบุไว้เพียงให้พิจารณาความเหมาะสมในการปรับค่ามาตรฐาน PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ตามเป้าหมายระยะที่ 3 ขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ที่ 37 มคก./ลบ.ม. ภายในปี 2565-2567

ผู้อำนวยการกรีนพีซ ฯ เสนอให้รัฐบาล ใช้ตัวเลขค่าฝุ่น PM 2.5 ที่ WHO แนะนำ คือ 25 มคก./ลบ.ม. มาแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังด้านสุขภาพได้เลย ไม่ว่าในอนาคตจะมีการปรับค่ามาตรฐานตามแผนฯ ที่ระบุไว้หรือไม่

87 สถานีทั่วไทย ไม่พอ

การผูกปฏิบัติการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศไว้กับค่ามาตรฐาน PM 2.5 ราย 24 ชั่วโมง ยังมีโจทย์ใหญ่ที่ต้องคิดต่อว่า ข้อมูลที่ใช้ในการประกอบการตัดสินใจจะมาจากไหน? ในเมื่อสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ที่สามารถวัดค่า PM 2.5 ทั่วประเทศมีอยู่เพียง 87 สถานี

ภาพประกอบข่าว แผนฝุ่นชาติ : มาตรฐานโลกไม่อยู่ที่ไทย ?


กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่ขึ้นชื่อว่า มีความพร้อมมากที่สุด มีแค่ 36 สถานีเท่านั้น ที่สามารถวัดค่าฝุ่น PM 2.5 ได้

รศ.ศิริมา ปัญญาเมธีกุล ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้เรามีข้อมูลปริมาณฝุ่นที่จะใช้ประกอบการตัดสินใจแก้ปัญหาตามแผน รวมถึงใช้ข้อมูลนี้แจ้งเตือนประชาชนได้

ภาพประกอบข่าว แผนฝุ่นชาติ : มาตรฐานโลกไม่อยู่ที่ไทย ?


ปลายปีนี้ กรุงเทพมหานคร จะติดตั้งสถานีตรวจวัดฯ ที่สามารถวัดค่าฝุ่น PM 2.5 ได้ครบทั้ง 50 เขต และจะมีการขยายไปยังจังหวัดอื่น ๆ แต่สำหรับพื้นที่ที่ยังไม่มีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ กรมควบคุมมลพิษ ได้ร่วมกับทีมวิชาการ ทำโมเดลจำลองการกระจายตัวของฝุ่น ซึ่งจะทำให้สามารถวิเคราะห์ปริมาณความหนาแน่นของฝุ่นในพื้นที่ได้

ภาพประกอบข่าว แผนฝุ่นชาติ : มาตรฐานโลกไม่อยู่ที่ไทย ?


ขณะที่ เครือข่ายภาคประชาชนและนักวิชาการในหลายจังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ได้พัฒนาเครื่องมือในการตรวจวัดคุณภาพอากาศ ระดับชุมชน ภายใต้ชื่อต่าง ๆ เช่น Dust Boy และ ยักษ์ขาว เพื่อทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ข้อมูลในการเตือนภัยได้

แต่โจทย์ที่ท้าทาย คือ การพัฒนาระบบเพื่อเชื่อมต่อข้อมูล พร้อมไปกับการสร้างเครือข่ายติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ซึ่งในแผนปฏิบัติการฉบับนี้ ระบุไว้ แต่จะทำได้มากน้อยแค่ไหน และเท่าทันกับสถานการณ์ปัญหา หรือไม่ ยังเป็นคำถาม ที่ไม่มีคำตอบ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่อง "นโยบายกระดาษ" ฝุ่น PM2.5 คลุมเมืองซ้ำ แต่มาตรการไม่คืบ

365 วัน "กรุงเทพมหานคร" เมืองในฝุ่น

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง: