"น้ำผึ้ง" บัณฑิตรุ่นแรก โรงเรียน "ศาสตร์พระราชา"

สังคม
15:50
จำนวนผู้ชม 13,421
"น้ำผึ้ง" บัณฑิตรุ่นแรก โรงเรียน "ศาสตร์พระราชา"
ฉายแววการเป็นผู้นำรุ่นใหม่ทันทีสำหรับ "น้ำผึ้ง - ลุนดุบ วังโม" บัณฑิตใหม่ชาวภูฏานที่รับคำนิยาม "สวยถึก" ยืนยันสานต่อศาสตร์พระราชา เพื่อนำสังคมของเธอไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและนำพาประเทศเล็ก ๆ อย่าง "ภูฏาน" หลุดพ้นการพึ่งพาอาหารจากประเทศเพื่อนบ้าน

 

ภาพประกอบข่าว
เวลาหนูไปคุยกับใคร เขาจะถามว่า จริงเหรอที่หนูทำเกษตร เขาบอกหน้าหนูดูไม่เหมือนเกษตรกร หนูก็เลยโพสต์เฟซบุ๊กทุกวัน ให้เห็นว่า เกษตรไม่เป็นอย่างที่คิดนะ มันสนุก แต่หนูก็ไม่ทิ้ง คอนเซ็ปต์ "สวยถึกบึกบึน" นะ

เรื่องเล่า พร้อมรอยยิ้มของ "น้ำผึ้ง" ลุนดุบ วังโม สะท้อนภาพลักษณ์ของเธอ ที่สวนทางกับงานที่ทำอยู่ในหุบเขามณฑลปาโร ทางตะวันตกประเทศภูฏาน แต่กว่าจะถึงวันที่คนรุ่นใหม่อย่างเธอ ตัดสินใจหันเหชีวิตมาทุ่มเทกับการผลิตอาหาร และสร้างคนบนเส้นทางของความพอเพียง ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย 

ภาพประกอบข่าว

 

น้องใหม่ มหา’ลัยคอกหมู

5 ปีก่อน น้ำผึ้ง พร้อมเพื่อน 3 คน เดินทางมาที่ประเทศไทย ตามคำแนะนำจาก ลุนดุบ ดุ๊กป้า พ่อของน้ำผึ้ง ที่ปรึกษาด้านการศึกษาของพระมหากษัตริย์แห่งประเทศภูฏาน ที่รู้จักกับ "อ.ยักษ์" วิวัฒน์ ศัลยกำธร ผู้บุกเบิกศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จ.ชลบุรี โดยหวังให้คนรุ่นใหม่ภูฏาน ได้ศึกษากสิกรรมธรรมชาติและระบบเศรษฐกิจพอเพียง ตาม “ศาสตร์พระราชา” ของไทย

แต่เธอและเพื่อน ๆ ก็ไม่คิดมาก่อนว่า สถานที่เรียนต่อต่างประเทศจะเป็น ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง หรือ ที่หลายคนเรียกว่า “มหาวิทยาลัยคอกหมู”

นักศึกษาใหม่จากภูฏาน ใช้เวลาปีแรกไปกับการปรับตัวในสถาบันอุดมศึกษา ที่ให้ค่ากับโลกการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติในสนามจริง พร้อมไปกับการทำความเข้าใจหลักคิดและทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง ที่แต่ละพื้นที่ ใช้ในการแก้ปัญหา

ภาพประกอบข่าว

 

โปรเจกต์ศูนย์บาท

เข้าสู่ปี 2 น้ำผึ้งกับเพื่อน ๆ ได้โจทย์ท้าทายจาก อ.ยักษ์ ให้นำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาตลอด 1 ปี ไปเปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่า 1 ไร่ในศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยไม่มีงบประมาณอุดหนุนแม้แต่บาทเดียว

1 ปี กับเงิน 0 บาท โห..ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยนะ ตอนนั้นคิดไม่ออกเลย พวกเราใช้เวลาคิดกันอยู่เป็นเดือน ๆ สุดท้าย มาจบที่ โคกหนองนาโมเดล

โปรเจกต์ศูนย์บาท เริ่มด้วยการสร้างบ้านดิน โดยใช้วัสดุธรรมชาติที่หาได้ในศูนย์ฯ มี โจน จันได มาช่วย มีบ้านอยู่ ต้องมีอาหารกิน พวกเขา จึงต้องออกแบบพื้นที่ให้เป็น “โคก-หนอง-นา” ด้วยการขุดแหล่งน้ำ ปั้นคันดิน และปรับนา ลงพืชอาหารสมุนไพร และปลูกป่า 3 อย่างให้ประโยชน์ 4 อย่าง ตามแนวทางบันได 9 ขั้นสู่ความยั่งยืน โดยตั้งชื่อว่า Bhutan Village หรือ บ้านของชาวภูฏาน

ภาพประกอบข่าว

 

ภาพประกอบข่าว

 

จิตวิญญาณภูฏาน

ผ่านโจทย์หิน ๆ ในการเรียนมาครึ่งทาง สองปีสุดท้าย หนุ่มสาวกลุ่มนี้ เข้าสู่การฝึกฝนอย่างเข้มข้นกับการเป็น “ผู้ประกอบการสังคม” ตั้งแต่การทำฟาร์มเลี้ยงผึ้ง ฟาร์มเห็ด ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เครื่องสำอาง ยาสมุนไพร และการเป็นวิทยากรช่วยจัดการเรียนรู้ในงานอบรมต่าง ๆ โดยมีคนรุ่นใหม่ จาก 30 ประเทศทั่วโลก แวะเวียนมาศึกษาดูงาน

พวกเขายังให้ความสนใจกับการสร้างมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม ที่เครือข่ายเกษตรอินทรีย์จากหลายพื้นที่กำลังทำอยู่ และนำประสบการณ์ที่ได้ มาทดลองสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของตน ในชื่อ Bhutan Soul Farmer เพื่อสื่อถึงจิตวิญญาณของชาวภูฏานที่ต้องการผลิตอาหารปลอดภัย โดยหวังจะกลับไปทำให้เกิดขึ้นจริงที่บ้านเกิด

 

ภาพประกอบข่าว

 

บัณฑิตใหม่กลับบ้าน

แรก ๆ ก็คิดว่าง่าย แต่ลืมไปว่าที่ไทยเรามีคนช่วย แต่ที่บ้านไม่เหมือนกัน มันไม่ง่ายเลย บางครั้งก็ท้อจนอยากจะเลิกทำ

ทั้งที่ผ่านบททดสอบยาก ๆ มาตลอด 4 ปี แต่การจัดตั้ง “ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ” เพียง 5 ไร่ในบ้านเกิด กลับยากเย็นแสนเข็ญ ถึงขั้น สาวสวยถึกอย่างน้ำผึ้ง ออกปาก ท้อ !!!

ภาพประกอบข่าว


เดิมที พ่อของน้ำผึ้ง มีแผนจะใช้ที่ดินในหุบเขามณฑลปาโร เปิดโรงเรียนให้เด็กยากจนได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา แต่ก็ให้โอกาสลูก ๆ หลาน ๆ ได้ทำตามฝันด้วยการสร้างศูนย์การเรียนรู้ ที่มีทั้งการสร้างอาหารและสร้างคน ตามศาสตร์พระราชาที่ได้ไปเรียนมา

เราต้องการให้ประเทศภูฏานมีความยั่งยืน เด็กรุ่นใหม่จบมามีงานทำ ไม่ทิ้งภาคเกษตร และลดการพึ่งพาการนำเข้าอาหารจากประเทศเพื่อนบ้าน

น้ำผึ้ง ประเมินว่า 1 ปีตั้งแต่จบปริญญาตรี เธอสอบผ่านบันได 9 ขั้นของความพอเพียง ตั้งแต่พอกิน พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น และการช่วยเหลือแบ่งปันไปแล้ว แต่ต้องต่อยอดไปสู่การค้าขาย และสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่าย ด้วยการต่อยอด Bhutan Soul Farmers ที่เคยทำสมัยเรียนปี 3-4

มั่นใจลูกศิษย์ทำได้

รับรู้มาตลอด ว่าลูกศิษย์รุ่นแรกของตนต้องเจอกับอุปสรรคจากความไม่เข้าใจ และไม่ยอมรับคนรุ่นใหม่ แต่ "อ.ยักษ์" วิวัฒน์ ศัลยกำธร เชื่อว่าจะสำเร็จ เพียงแต่ช่วงนี้ ต้องปรับตัวเรียนรู้กับโลกที่เป็นจริง

ภาพประกอบข่าว
พวกเขากำลังสืบสานงานพระราชาของเรา ด้วยการนำปรัชญาแห่งการให้ ปรัชญาแห่งการสร้างสรรค์ ไปช่วยทำให้ดินน้ำที่นั่นอุดมสมบูรณ์ มีพืชพรรณธัญญาหารมากขึ้น คนภูฏานก็ไม่ต้องพึ่งพาอาหารการกินจากข้างนอก

ก่อนน้ำผึ้งและเพื่อน ๆ จะเดินทางกลับ ครูใหญ่แห่งเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ เปรย ๆ กับลูกศิษย์ของตน ว่า ถ้าปี 2563 จะจัดกิจกรรม “เอามื้อสามัคคี” ระดมคนในเครือข่ายจากไทย ไปช่วยกันพัฒนา “ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ” ที่ภูฏาน จะเป็นไปได้ หรือไม่

ภาพประกอบข่าว


รอยยิ้มหวาน ๆ ของลูกศิษย์ ที่รับฉายาว่า “สวยถึกบึกบึน” เป็นทั้งคำตอบที่ให้กับครู และคำสัญญาในการเดินหน้า “ศาสตร์พระราชา” บนแผ่นดินที่มีนามว่า ภูฏาน

 

ศศิธร สุขบท : ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทั่วไทยจัดกิจกรรมรำลึก "วันพ่อแห่งชาติ"

"ศาสตร์พระราชา" สู่ยุทธศาสตร์ชาติ

ยูเอ็นเชิดชู "ศาสตร์พระราชา"ในหลวงรัชกาลที่ 9 สู่พิมพ์เขียวพัฒนาโลก