วิกฤต "อีโบลา" ทำไมโลกยังหยุดการระบาดไม่ได้?

ต่างประเทศ
21:14
จำนวนผู้ชม 62
Thai PBS
วิกฤต "อีโบลา" ทำไมโลกยังหยุดการระบาดไม่ได้?

แม้ว่าการระบาดของอีโบลาจะไม่ใช่เรื่องใหม่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ DR Congo เพราะเกิดขึ้นเฉลี่ยแทบจะทุก ๆ 3 ปี แต่การระบาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้ บ่งชี้ถึงจุดอ่อนอะไรได้บ้างในการรับมือกับโรคระบาด

ไฟโหมลุกไหม้เต็นท์ที่ใช้ดูแลผู้ป่วยที่โรงพยาบาลในจังหวัดอิทูรี ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของอีโบลา ใน DR Congo ท่ามกลางความโกลาหล

พร้อม ๆ กับเสียงปืนดังเป็นระยะ ๆ ซึ่งเป็นเสียงปืนที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงยิงขู่และยิงแก๊สน้ำตา เพื่อสลายการชุมนุมและควบคุมสถานการณ์ หลังจากญาติของผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสอีโบลา พยายามเข้ามาแย่งศพจากเจ้าหน้าที่ ที่เตรียมนำศพไปประกอบพิธีฝังตามระเบียบการควบคุมโรค จนเกิดการปะทะกันขึ้น ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามบานปลาย

เหตุรุนแรงครั้งนี้ส่งผลให้เต็นท์ที่ใช้กักตัวผู้ป่วยอีโบลาถูกเผาทำลายอย่างน้อย 2 หลัง ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องย้ายผู้ป่วย 6 คน ไปรักษาตัวในอีกจุดหนึ่งแทน โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีผู้ติดเชื้อหลบหนีออกจากพื้นที่กักตัวแต่อย่างใด

องค์กรด้านมนุษยธรรมทางการแพทย์ เตือนว่า ข่าวปลอมและข้อมูลที่ยังไม่ยืนยัน ที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ โหมกระพือความหวาดกลัว ความเข้าใจแบบผิด ๆ และการไม่เชื่อใจเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ จนส่งผลกระทบรุนแรงต่อการควบคุมและป้องกันโรค

อย่างกรณีนี้ ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจน หลังจากญาติผู้เสียชีวิตและคนในชุมชน เชื่อว่าอีโบลาเป็นเรื่องโกหก ซึ่งโรงพยาบาลและหน่วยงานต่าง ๆ กุเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อหวังหลอกเงิน

การขาดความรู้ความเข้าใจถือเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการควบคุมโรคระบาด อย่างการระบาดใน DR Congo รอบนี้เกิดขึ้นในจังหวัด "อิทูรี" และ "นอร์ท คิวู" เป็นหลัก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จริง ๆ แล้ว ก็เคยเผชิญกับการระบาดของอีโบลามาแล้วหลายครั้ง แต่คนจำนวนไม่น้อยในพื้นที่ก็ยังคงมีความเชื่อแบบผิด ๆ อยู่ดี โดยปัญหานี้ซ้ำเติมข้อจำกัดของพื้นที่ ซึ่งอยู่ในจังหวัดห่างไกลที่ไม่ได้มีระบบสาธารณสุขที่ดีพอ ทำให้มีการพบการระบาดเมื่อสายเกินไปแล้ว

ตอนนี้ยังไม่มีใครบอกได้ว่า มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจริง ๆ เท่าไหร่กันแน่ หลังจากเมื่อวานนี้ กลุ่มติดอาวุธ M23 ยืนยันว่า พบผู้ติดเชื้อคนแรกในจังหวัด "เซาท์ คิวู" ใกล้กับพรมแดนรวันดา อยู่ห่างจากพื้นที่ที่มีการยืนยันการระบาดของอีโบลาหลายร้อยกิโลเมตร ซึ่งผู้ติดเชื้อคนดังกล่าวไม่ได้เดินทางมาจากพื้นที่ที่พบการระบาดด้วย นั่นเท่ากับว่า อาจมีการระบาดในพื้นที่อื่น ๆ นอกจาก "อิทูรี" และ "นอร์ท คิวู" แล้วหรือไม่

ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากอีโบลานั่งอยู่กับพื้นริมถนน-ร้องไห้ฟูมฟาย ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จัดการกับร่างของผู้เสียชีวิตในเมืองเอกของจังหวัดอิทูรี สถานการณ์ตอนนี้น่ากังวลอย่างมาก หลังจากเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดีบูโจ ซึ่งเป็นสายพันธุ์หายาก ระบาดในพื้นที่มานานหลายสัปดาห์แล้ว ก่อนที่จะถูกตรวจพบ

องค์การอนามัยโลก ระบุว่า พบผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้ออีโบลาแล้วอย่างน้อย 600 คน และเสียชีวิตอีกไม่ต่ำกว่า 139 คน ใน DR Congo และยูกานดา แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อจริง ๆ อาจทะลุ 1,000 คนแล้ว ขณะที่การพัฒนาวัคซีนที่ใช้รับมือกับสายพันธุ์นี้ อาจต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 8 เดือน

การระบาดใน DR Congo รอบนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 17 แล้ว ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ขณะที่การรับมือกับการระบาดในพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศ มักเผชิญแรงต้านจากคนในชุมชน ที่ไม่เชื่อในมาตรการสาธารณสุข และหลงเชื่อข่าวลือต่าง ๆ แต่นี่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เพียงปัญหาเดียว

แม้อีโบลาจะเคยระบาดในหลายภูมิภาคของโลก แต่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในแอฟริกาตะวันตกและตอนกลางของภูมิภาค ซึ่งนับตั้งแต่พบการระบาดครั้งแรกในปี 1976 จนถึงเมื่อปีที่แล้ว มีผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 35,000 คน และเสียชีวิตมากกว่า 15,000 คน

การระบาดในช่วงปี 2014-2016 ถือเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในกินี ก่อนที่จะระบาดไปยังเซียร์ราลีโอนและไลบีเรียที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านอย่างรวดเร็ว การระบาดดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อกว่า 28,000 คน และเสียชีวิตกว่า 11,000 คน ส่วน DR Congo เผชิญการระบาดบ่อยครั้ง และมีตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงมาก เมื่อเทียบกับยอดผู้ติดเชื้อ นอกจากนี้ยังมีการระบาดในยูกานดา ซูดาน สาธารณรัฐคองโก กาบองและอีกหลายประเทศ

สงครามความขัดแย้งและความยากจนถือเป็นความท้าทายที่ใหญ่มากในการต่อสู้กับอีโบลา ซึ่งระบาดในหลายประเทศของแอฟริกา อย่างการระบาดในพื้นที่ทางตะวันออกของ DR Congo ช่วงปี 2018-2020 มีรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธและประชาชนที่โกรธแค้นบุกโจมตีและทำลายหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่หลายร้อยแห่ง

ขณะที่การระบาดในรอบนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ยึดครองของกลุ่มติดอาวุธด้วย ซึ่งทำให้มีความกังวลว่า เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์อาจตกเป็นเป้าการโจมตีอีกครั้ง หรืออาจไม่ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มติดอาวุธในการควบคุมโรค ซึ่งบางกลุ่ม รวมถึง M23 ไม่เคยมีประสบการณ์ในการรับมือกับวิกฤตในลักษณะนี้มาก่อน

เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่พบการระบาดของอีโบลา ระบุว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดที่ต้องเร่งแก้ไขในตอนนี้ นั่นก็คือ เรื่องการสื่อสารกับประชาชน ที่จะต้องเร่งทำ ก่อนที่สถานการณ์จะยิ่งโกลาหลมากไปกว่านี้

อ่านข่าว :

ยูเอ็นส่งทีมแพทย์-เงิน เร่งช่วยเหลือ-รับมือ "อีโบลา" ใน "คองโก"

WHO คาดรอ 9 เดือนวัคซีน "อีโบลา" พร้อมใช้ ผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อพุ่ง 600 คน

ประกาศ สธ. "คองโก-ยูกันดา" เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย "ไวรัสอีโบลา"