วันนี้ (22 พ.ค.2569) องค์การสหประชาชาติ (UN) ประกาศส่งทีมบุคลากรทางการแพทย์ไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) เพิ่มขึ้น พร้อมกับเงินช่วยเหลือจากกองทุนฉุกเฉินของ UN อีกราว 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อรับมือ และควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์ Bundibugyo
หนังสือพิมพ์เดอะสเตรทไทมส์ของสิงคโปร์รายงาน อ้างอิงประกาศดังกล่าวจากฝ่ายให้ความช่วยเหลือของ UN ทอม เฟลตเชอร์ (Tom Fletcher) ผ่านแพลตฟอร์ม X (Twitter เดิม) ในวันนี้ (22 พ.ค.2569) ซึ่งสำนักข่าว Reuters นำออกเผยแพร่ โดยเฟลตเชอร์ ยอมรับว่า ปฏิบัติการช่วยชีวิตผู้คนใน DRC เป็นไปอย่างยากลำบาก
เฟลตเชอร์ ระบุว่า ทีมช่วยเหลือของ UN เผชิญกับการเคลื่อนไหวต่อต้านอย่างไม่เป็นมิตร และรุนแรงจากประชากรท้องถิ่น เนื่องจากความไม่เข้าใจถึงเจตนาที่ดี ทั้งนี้ ฝ่ายผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์ Bundibugyo ที่เพิ่งตรวจพบอย่างแน่ชัดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากแพร่ระบาดในมณฑลแคว้นอิตูรีของ DRC มาราว 2 เดือน
รายงานระบุว่า เชื้อไวรัสอีโบลา ติดต่อและแพร่ระบาดได้สูงจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ รวมถึงอาเจียน เลือด และเชื้ออสุจิ เฉพาะเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์ Bundibugyo พบได้น้อย แต่มีความรุนแรง และผู้ติดเชื้อมักเสียชีวิต
สำหรับอาการเฝ้าระวัง อาทิ เป็นไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ท้องร่วง อาเจียน ปวดท้อง มีแผลเลือดออก จนถึงขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์ Bundibugyo แล้วรวม 670 คน ในจำนวนนี้ต้องสงสัยว่าเสียชีวิตจากการติดเชื้อนี้แล้ว 160 คน
อ่านข่าว
สธ.ตั้งด่านตรวจ "อีโบลา" ที่สุวรรณภูมิ คัดกรองเข้มผู้มาจากคองโก-ยูกันดา
ญาติจุดไฟเผาใน รพ.คองโก ไม่พอใจ จนท.ไม่ให้ร่างผู้เสียชีวิตจากอีโบลา
ไทยเพิ่มมาตรการป้องกัน "อีโบลา" สนามบิน-สายการบิน เข้มคัดกรองผู้โดยสาร
WHO คาดรอ 9 เดือนวัคซีน "อีโบลา" พร้อมใช้ ผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อพุ่ง 600 คน
ประกาศ สธ. "คองโก-ยูกันดา" เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย "ไวรัสอีโบลา"
WHO หวั่น "อีโบลา" ระบาดเร็ว-กินเวลานานหลายเดือน

