เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2569 เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายที่โรงพยาบาล Rwampara General Hospital ตั้งอยู่ใกล้เมือง Bunia สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของไวรัส "อีโบลา" ระลอกใหม่ หลังจากกลุ่มญาติและเพื่อนของผู้เสียชีวิตคนหนึ่งที่คาดว่าเสียชีวิตจากอีโบลา ไม่พอใจเจ้าหน้าที่ไม่ให้นำศพออกไปประกอบพิธี ได้ขว้างปาสิ่งของใส่โรงพยาบาลและจุดไฟเผาเต็นท์ที่ใช้เป็นจุดแยกกักโรค ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องยิงปืนขู่เพื่อสลายการชุมนุม
ทหารและตำรวจเข้าดูแลเจ้าหน้าที่การแพทย์ที่โรงพยาบาลดังกล่าว เพื่อให้การควบคุมโรคเป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากร่างผู้เสียชีวิต ที่คาดว่าติดเชื้ออีโบลาแพร่เชื้อได้ง่าย ทางการต้องดำเนินการฝังอย่างปลอดภัย เพื่อไม่ให้ไวรัสระบาดเพิ่มเติม ขณะที่ผู้ป่วยที่รักษาตัวในเต็นท์ใกล้เคียงอีก 6 คน ต้องหนีเอาชีวิตรอด ระหว่างเกิดความวุ่นวายขึ้น แต่ทีมอาสาที่ดููแลพื้นที่ดังกล่าวระบุว่า พบตัวทั้งหมดและกลับเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว
สภาพเต็นท์ที่ใช้เป็นจุดแยกกักโรคในโรงพยาบาล Rwampara General Hospital หลังถูกญาติผู้เสียชีวิตจุดไฟเผา
วันเดียวกัน กลุ่มกบฏ M-23 ที่ควบคุมพื้นที่บางส่วนทางตะวันออกของดีอาร์คองโก ระบุว่า พบผู้ติดเชื้ออีโบลาคนแรกใน จ.เซาท์คิวู ห่างจาก จ.อิทูรี ที่พบการระบาดครั้งแรกไปหลายร้อยกิโลเมตร ซึ่งผู้ติดเชื้อคนดังกล่าวเสียชีวิต ก่อนที่จะได้รับการยืนยัน
สถานการณ์การระบาดเวลานี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิต 139 คน ต้องสงสัยติดเชื้ออีกกว่า 600 คน และยังยืนยันว่าความเสี่ยงจะเกิดการระบาดระดับโลกยังอยู่ในระดับต่ำ สวนทางกับความเสี่ยงระบาดในระดับประเทศและภูมิภาคแอฟริกาที่อยู่ในระดับสูง พร้อมเร่งจัดส่งสิ่งของจำเป็นเข้าพื้นที่แพร่ระบาด โดยทีมรับมือโรคระบาดติดตั้งเต็นท์ห้องแยกผู้ป่วย 2 หลังในโรงพยาบาลทั่วไปบูเนีย จ.อิตูรี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับและแยกผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลา
บุคลากรทางการแพทย์สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ตรวจตราในโรงพยาบาลที่เมือง Rwampara เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2569
"ยูกันดา" ระงับให้บริการรถ-เรือข้ามแดนไป "คองโก" สกัดอีโบลา
ด้านกระทรวงสาธารณสุขยูกันดา ประกาศระงับการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะข้ามแดนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เป็นเวลา 4 สัปดาห์ เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของอีโบลา แต่ยังอนุญาตให้ขนส่งสินค้าและอาหารได้ตามปกติ โดยระงับบริการรถโดยสารข้ามแดน เรือเฟอร์รีและเที่ยวบินชั่วคราว พร้อมจำกัดการรวมตัวขนาดใหญ่และเพิ่มการเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยงสูง ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งคัดกรอง ตรวจหาเชื้อและสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนตามแนวชายแดน
คริส บาริโอมุนซี รัฐมนตรีด้านสารนิเทศยููกันดา เปิดเผยว่า มีผู้สัมผัสเชื้อราว 65 คนอยู่ระหว่างกักกัน บางส่วนเริ่มแสดงอาการแต่ผลตรวจออกมาเป็นลบ พร้อมยืนยันว่า สถานการณ์ยังอยู่ในการควบคุม นอกจากนี้ยังวิจารณ์การตัดสินใจของสหรัฐฯ ที่กำหนดข้อจำกัดการเดินทาง โดยมองว่า เป็นการตอบสนองที่เกินเหตุและยืนยันว่ายูกันดามีศักยภาพเพียงพอในการรับมือกับการระบาด
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเครื่องบินของสายการบินแอร์ฟรานซ์เส้นทางปารีส-ดีทรอยต์ ถูกบังคับให้เบี่ยงเส้นทางไปลงจอดที่แคนาดา หลังพบว่าผู้โดยสารชาวสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกได้ขึ้นเครื่องด้วยความผิดพลาด
สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) ระบุว่า มาตรการจำกัดการเข้าประเทศที่สหรัฐฯ บังคับใช้เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของอีโบลา ทำให้ผู้โดยสารคนดังกล่าว ไม่ควรได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่องตั้งแต่ต้น ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้ระบุว่า ผู้โดยสารมีอาการของโรคหรือไม่ หรือเดินทางออกจากคองโกเมื่อใด
ผู้โดยสารบนเที่ยวบินดังกล่าวเปิดเผยกับ CBS News ว่า ลูกเรือสวมหน้ากากทันทีหลังกัปตันประกาศเปลี่ยนเส้นทาง โดยแอร์ฟรานซ์ยืนยันกับสื่อสหรัฐฯ ว่า "ตามคำร้องขอของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เที่ยวบินดังกล่าวถูกเบี่ยงไปลงจอดที่สนามบินมอนทรีออล หลังผู้โดยสารชาวคองโกบนเครื่องถูกปฏิเสธการเข้าประเทศสหรัฐฯ" จากนั้นผู้โดยสารทุกคนได้เดินทางต่อไปยังดีทรอยต์บนเครื่องลำเดิมในเวลาต่อมา
อ่านข่าว :
WHO คาดรอ 9 เดือนวัคซีน "อีโบลา" พร้อมใช้ ผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อพุ่ง 600 คน
ประกาศ สธ. "คองโก-ยูกันดา" เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย "ไวรัสอีโบลา"
สหรัฐฯ จุดไฟ 2 สมรภูมิ "คิวบา-ไต้หวัน" ด้านจีน-รัสเซียแท็กทีมประณาม
