วันนี้ (7 ก.ค.2569) CNN รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติในพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ทันทีที่เดินทางถึงกรุงอังการา ประเทศตุรกี ก่อนหน้าการประชุมสุดยอดผู้นำองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) ที่จะเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 7-8 ก.ค.นี้
โดยทางการตุรกีได้จัดพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่บนพรมสีฟ้าครามซึ่งเป็นสีดั้งเดิมตามประเพณีของตุรกี ณ ฐานทัพอากาศเอติเมสคุตโดยมีกองทหารเกียรติยศตั้งแถวรอรับอย่างเป็นระเบียบ
ปธน.เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ผู้นำตุรกี ได้เดินทางมารอต้อนรับ ปธน.ทรัมป์ ด้วยตนเองถึงข้างเครื่องบิน ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ใกล้ชิดของผู้นำทั้งสอง โดยที่ผ่านมาทรัมป์มักจะเรียกแอร์โดอันว่าเป็น "มิตรแท้" เสมอ
ยิ่งไปกว่านั้น ณ พระราชวังประธานาธิบดีเบชเทเป ทรัมป์ยังได้รับการต้อนรับด้วยสัญลักษณ์ทางการทูตขั้นสูงสุด ทั้งเสียงแตรเดี่ยวและเสียงปืนใหญ่สลุต ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์พิเศษที่ผู้นำประเทศอื่น ๆ ที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ไม่ได้รับ
ทรัมป์สวนมติสภา เล็งขายเครื่องบินรบ F-35 ปลดคว่ำบาตรตุรกี
ปธน.ทรัมป์ เปิดเผยว่า ตนเองกำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการอนุมัติขายเครื่องบินขับไล่ F-35 ให้แก่ตุรกี แม้ว่าปัจจุบันจะมีคำสั่งสั่งห้ามจากสภาคองเกรสสหรัฐฯ ก็ตาม
โดยทรัมป์ได้กล่าวชื่นชมตุรกีว่าเป็นพันธมิตรที่มีความจงรักภักดีและซื่อสัตย์ต่อสหรัฐฯ มากกว่าประเทศอื่น ๆ หลายประเทศที่เคยได้รับเครื่องบินรุ่นนี้ไป พร้อมระบุว่าเครื่องบินรบ F-35 เป็นเครื่องบินที่ดีที่สุดในโลกเวลานี้ และเป็นสิ่งสำคัญที่สหรัฐฯ จะต้องพิจารณาคำสั่งซื้อที่ตุรกีเคยทำไว้ก่อนหน้านี้ให้สำเร็จ
นอกจากเรื่องเครื่องบินรบแล้ว ทรัมป์ยังได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อตุรกี ที่สืบเนื่องมาจากกรณีที่ตุรกีสั่งซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศขั้นสูงรุ่น S-400 จากประเทศรัสเซียในอดีต โดยทรัมป์ลั่นวาจาอย่างชัดเจนว่า สหรัฐฯ กำลังจะดำเนินการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเหล่านั้นในเร็ววัน โดยให้เหตุผลสั้น ๆ ว่า "เราไม่ต้องการคว่ำบาตรเพื่อนของเรา"
รอยร้าวพันธมิตร "อิสราเอล" ค้านหัวชนฝาขาย F-35 ให้ตุรกี
มาตรการเชิงรุกของทรัมป์ที่มีต่อตุรกี ได้สร้างความกังวลใจและปฏิกิริยาต่อต้านอย่างรุนแรงจากประเทศอิสราเอล ก่อนหน้านี้ ฮาคาน ฟิดาน รมว.ต่างประเทศของตุรกี ได้ให้สัมภาษณ์ว่า อิสราเอลเป็น "ภาระที่มนุษยชาติต่างไม่สามารถแบกรับได้อีกแล้ว" ส่งผลให้ กิเดออน ซาอาร์ รมว.ต่างประเทศอิสราเอล ออกมาประณามอย่างรุนแรงว่าเป็นคำพูดที่ปลุกปั่นให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และเรียกร้องให้นาโตดำเนินการตอบโต้
ด้วยเหตุนี้ เบนจามิน เนแทนยาฮู นายกรัฐมนตรีแห่งอิสราเอล เลือกใช้วิธีแสดงจุดยืนคัดค้านต่อสาธารณะผ่านการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ โดยเตือนว่า การที่สหรัฐฯ ส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์ประสิทธิภาพสูงให้แก่รัฐบาลที่มีแนวคิดฝักใฝ่กลุ่มพี่น้องมุสลิม จะเป็นการทำลายดุลยภาพแห่งอำนาจในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งดุลอำนาจนี้ควรได้รับการการันตีจากความได้เปรียบเหนือน่านฟ้าของอิสราเอลและจุดยืนของอเมริกา
รายงานข่าวจากแหล่งข่าวระดับสูงของอิสราเอลระบุว่า เนทันยาฮูได้ต่อสายตรงพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับทรัมป์เพื่อแสดงความกังวลว่า ดุลยภาพทางการทหารที่มีคุณภาพของอิสราเอลจะสูญเสียไป ซึ่งทางฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณตอบกลับมาว่า แม้ข้อตกลงซื้อขายดังกล่าวจะได้รับอนุมัติ แต่กระบวนการส่งมอบและผลิตจริงจะต้องใช้ระยะเวลาอีกยาวนานมาก
ทรัมป์ขู่ลดกำลังพลในยุโรป 1 ใน 3 ผิดหวังนาโตไม่ร่วมถล่มอิหร่าน
นอกเหนือจากประเด็นข้อพิพาทในตะวันออกกลางแล้ว ปธน.ทรัมป์ ยังใช้โอกาสในการเยือนกรุงอังการาครั้งนี้ ส่งสัญญาณเตือนไปทั่วทั้งทวีปยุโรป เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการลดจำนวนกำลังพลและถอนทหารอเมริกันออกจากยุโรป ทรัมป์ปฏิเสธที่จะให้คำตอบที่แน่นอน แต่ระบุเพียงสั้น ๆ ว่า "รอดูกันต่อไป"
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้แสดงความวิพากษ์วิจารณ์ต่อบทบาทขององค์การนาโตอย่างรุนแรง โดยระบุว่าตัวเขารู้สึกผิดหวังในระบบการทำงานของนาโตเป็นอย่างมาก และยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า หากการประชุมสุดยอดครั้งนี้ไม่ได้จัดขึ้นในตุรกี ซึ่งมีผู้นำที่เข้มแข็งและเป็นมิตรที่ดีของตน ตนเองก็อาจจะตัดสินใจไม่เข้าร่วมประชุมร่วมกับชาติพันธมิตรตะวันตกในครั้งนี้ก็ได้
สื่อมวลชนเปิดเผยว่า ทรัมป์ได้มีการหารือเป็นการภายในเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการพิจารณาปรับลดระดับกองกำลังทหารสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในทวีปยุโรปลงราว ๆ 1 ใน 3 หรือประมาณร้อยละ 30 เนื่องจาก ปธน.สหรัฐฯ มีความอัดอั้นและไม่พอใจอย่างมากต่อกรณีที่ประเทศสมาชิกนาโตในยุโรปหลายประเทศ ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมและสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในการต่อต้านและคว่ำบาตรประเทศอิหร่านในช่วงที่ผ่านมา
อ่านข่าวอื่น :
ลดราคาน้ำมันดีเซล 2.56 บาท เบนซิน-โซฮอล์ลง 2.51 บาท มีผล 8 ก.ค.
ภัยเงียบ "สกุชชี่" กลับมาฮิตแต่แฝงสารพิษ นักวิชาการชี้ย่อยสลายนาน 500 ปี
"เมสซี" นำทัพอาร์เจนตินา ดวล อียิปต์ ฟุตบอลโลก รอบ 16 ทีมสุดท้าย คืนนี้










