กกร.จี้รัฐยกเครื่องรับมือน้ำท่วม ดึงเอกชนนั่ง กนช.เร่งฟื้นกิจกรรมเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจ
13:19
จำนวนผู้ชม 15
Thai PBS
กกร.จี้รัฐยกเครื่องรับมือน้ำท่วม  ดึงเอกชนนั่ง กนช.เร่งฟื้นกิจกรรมเศรษฐกิจ

วันนี้ ( 7 ต.ค.2569) นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า ภาครัฐและภาคเอกชนมีทิศทางสอดคล้องกันในการยกระดับเศรษฐกิจไทย โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ตั้งเป้าหมายให้เศรษฐกิจเติบโตไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี และ GDP ในอุตสาหกรรมเป้าหมายขยายตัว 5.5% ซึ่งสอดรับกับ 7 กลุ่มธุรกิจภายใต้ Reinvent Thailand และข้อเสนอของธนาคารโลก

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)

กกร.พร้อมร่วมขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ. ใน 3 ระยะ ได้แก่ Stabilize Todayแก้ปัญหาเร่งด่วนและปลดล็อกอุปสรรค Transition Nowเร่งการปรับตัวสู่เทคโนโลยีและมาตรฐานใหม่ และ Invest for Tomorrow ลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทักษะ และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

สำหรับกรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 กกร.ปรับประมาณการ GDP เป็นขยายตัว 2.1-2.5% จากกรอบเดิมช่วงเดือนมิ.ย.-ส.ค.ที่ 1.6-2.0% ขณะที่การส่งออกปรับเพิ่มเป็นขยายตัว 12-16% จากเดิม 8-10% ส่วนเงินเฟ้อยังคงกรอบเดิมที่ 2.5-3.0%

กกร.จี้รัฐยกเครื่องรับมือน้ำท่วม  ดึงเอกชนนั่ง กนช.เรง่ฟื้นกิจกรรมเศรษฐกิจ

กกร.จี้รัฐยกเครื่องรับมือน้ำท่วม ดึงเอกชนนั่ง กนช.เรง่ฟื้นกิจกรรมเศรษฐกิจ

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม กกร.เห็นว่าภัยธรรมชาติกำลังกลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อเศรษฐกิจไทย โดยที่ผ่านมา ภาครัฐต้องใช้งบประมาณเฉลี่ย 50,000-60,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อเยียวยาความเสียหายจากภัยธรรมชาติ

น้ำท่วมครั้งล่าสุดส่งผลกระทบต่อประชาชน ธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ภาคเกษตร และการผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และซัพพลายเชนในภาคกลางและภาคตะวันออก รวมถึงภาคการท่องเที่ยว ตลอดจนสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของภาคธุรกิจและประชาชน ซึ่งยังไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ และยังเพิ่มภาระหนี้ รวมทั้งกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ดังนั้น กกร.เห็นว่า ไทยจำเป็นต้องแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ต้องเปลี่ยนจากการเยียวยาหลังเกิดเหตุมาเป็นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าและบริหารความเสี่ยงเชิงรุก ควบคู่กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับความสามารถในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Resilience

กกร.จี้รัฐยกเครื่องรับมือน้ำท่วม  ดึงเอกชนนั่ง กนช.เรง่ฟื้นกิจกรรมเศรษฐกิจ

กกร.จี้รัฐยกเครื่องรับมือน้ำท่วม ดึงเอกชนนั่ง กนช.เรง่ฟื้นกิจกรรมเศรษฐกิจ

การพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า หรือ Early Warning ในระดับพื้นที่ให้รวดเร็ว แม่นยำ และมีข้อมูลเพียงพอต่อการตัดสินใจ เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจเตรียมรับมือได้ทัน พร้อมยกระดับระบบบริหารจัดการน้ำตั้งแต่การกักเก็บ ส่ง และระบายน้ำ การจัดเตรียมพื้นที่รองรับน้ำหลาก ตลอดจนการป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจและนิคมอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ต้องบูรณาการผังเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดินให้สอดคล้องกับทิศทางการไหลของน้ำและความเสี่ยงจากอุทกภัย รักษาทางน้ำและพื้นที่รับน้ำ รวมทั้งพัฒนากลไกประกันภัยพิบัติ เพื่อลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ รักษาความต่อเนื่องของการผลิต และฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน

กกร.จี้รัฐยกเครื่องรับมือน้ำท่วม  ดึงเอกชนนั่ง กนช.เรง่ฟื้นกิจกรรมเศรษฐกิจ

กกร.จี้รัฐยกเครื่องรับมือน้ำท่วม ดึงเอกชนนั่ง กนช.เรง่ฟื้นกิจกรรมเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ กกร.เตรียมจัดทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อผลักดันให้ภาครัฐเร่งพิจารณาแนวทางเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย พร้อมเสนอให้มีผู้แทนภาคเอกชนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และคณะอนุกรรมการด้านการบริหารจัดการน้ำ 3 คณะ ได้แก่ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำและโครงการสำคัญ คณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และคณะอนุกรรมการพัฒนาหลักเกณฑ์นวัตกรรมการบริหารทรัพยากรน้ำของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)

พร้อมกันนี้ กกร.มีมติจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อประเมินผลกระทบจากอุทกภัยและจัดทำข้อเสนอในการเตรียมความพร้อมและฟื้นฟู ตลอดจนจัดทำแผนบูรณาการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ สนับสนุนการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ และเร่งฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

อ่านข่าว:

ท่องเที่ยวชลบุรีจับตาน้ำท่วมก่อนเข้าไฮซีซัน พัทยายกเลิกจอง 10–20%

“เอกนิติ-กกร.ดัน 7 ธุรกิจ ขับเคลื่อน Reinvent Thailand ตั้งเป้า GDP โต 3%

เก็บ "ค่าเหยียบแผ่นดิน" 450 บาทนักเที่ยวต่างชาติ คาดเริ่มไตรมาส1ปีหน้า