จับสัญญาณเศรษฐกิจ : ธุรกิจรายย่อย ขอรัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือฟื้นฟูน้ำท่วม
สถานการณ์น้ำท่วมขังใน 31 จังหวัดทั่วประเทศ ที่ส่งผลกระทบยืดเยื้อ ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่ผู้ประกอบการรายย่อย โดย ม.หอการค้าไทย ประเมินมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจพุ่งสูงเกือบ 30,000 ล้านบาท หากสถานการณ์ลากยาว 17-19 วัน ซึ่งกลุ่มค้าปลีก บริการ ร้านอาหาร และขนส่ง แบกรับความเสียหายมากที่สุดถึง 2 ใน 3
ด้านผู้ประกอบการรายย่อยเรียกร้องให้ภาครัฐออกมาตรการพักชำระหนี้และลดดอกเบี้ย เพื่อเติมสภาพคล่องและฟื้นฟูกิจการ
ม.หอการค้าไทย เตือนน้ำท่วมยืดเยื้อกระทบเศรษฐกิจเฉียด 3 หมื่นล้าน คิดเป็น 0.11% ของ GDP
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้ประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 31 จังหวัดทั่วประเทศ หากสถานการณ์ต่อเนื่องนาน 14 วัน (25 ก.ย. - 8 ต.ค. 69) จะสร้างความเสียหายราว 22,500 ล้านบาท
แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อยาวนานถึง 17–19 วัน คาดว่ามูลค่าความเสียหายจะสูงเกือบ 30,000 ล้านบาท แม้คิดเป็นร้อยละ 0.11 ของ GDP ซึ่งยังไม่เปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจทั้งปี 2569 แต่ถือเป็นแรงกดดันสำคัญในช่วงที่เหลือของปี
กลุ่มผู้ประกอบการที่น่าเป็นห่วงที่สุดจากวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ คือ กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยในภาคการค้าปลีก การบริการ ร้านอาหาร และธุรกิจขนส่ง
มีการประเมินว่าผู้ประกอบการกลุ่มนี้ ต้องแบกรับภาระความเสียหายคิดเป็น 2 ใน 3 ของความเสียหายทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่าสูงถึงประมาณ 15,000 ล้านบาท
ในพื้นที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ผู้ประกอบการรายย่อยได้เข้าสำรวจความเสียหายภายในร้าน หลังต้องเผชิญกับน้ำท่วมขังมานานเกือบ 10 วัน
จากการสำรวจพบว่าธุรกิจส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด ทั้งในส่วนของทรัพย์สินและสินค้าอุปโภคบริโภคภายในร้านที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้
ผู้ประกอบการศูนย์ซ่อมโทรศัพท์มือถือรายหนึ่งที่เพิ่งกลับมาเปิดร้านได้เป็นวันแรก พบความเสียหายของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และตู้โชว์สินค้ารวมกว่า 50,000 บาท
เนื่องจากเพิ่งลงทุนเปิดร้านได้ไม่ถึง 1 ปี และยังไม่คืนทุน จึงอยากให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือเติมสภาพคล่อง เช่น การพักชำระหนี้ หรือลดดอกเบี้ย เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนฟื้นฟูกิจการต่อไป




























































