เจาะต้นตอวิกฤตการศึกษาฝรั่งเศส สู่การลุกฮือประท้วงทั่วประเทศ
จากปัญหาครูไม่เพียงพอ ห้องเรียนแออัด โรงเรียนขาดแคลนทรัพยากร วันนี้กำลังกลายเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ของฝรั่งเศส หลังจากนักเรียนมัธยมทั่วประเทศออกมาปิดโรงเรียนและชุมนุมประท้วง จนมีผู้เข้าร่วมการประท้วงหลายแสนคน อะไรทำให้ปัญหาในห้องเรียนลุกลามออกมาสู่ท้องถนนและกลายเป็นวิกฤตระดับประเทศของฝรั่งเศส
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้อาจเป็นเพียงแค่การเรียกร้องเรื่องครูและทรัพยากรที่ไม่พอ แต่เมื่อปัญหานี้สะสมมานาน สิ่งที่เกิดขึ้นจึงกำลังสะท้อนคำถามใหญ่ต่อทั้งระบบการศึกษาของฝรั่งเศส
โรงเรียนควรเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เด็กก้าวข้ามข้อจำกัดของครอบครัว แต่สำหรับนักเรียนฝรั่งเศสส่วนหนึ่ง ประสบการณ์ที่ได้รับกลับเป็นห้องเรียนที่แออัด คาบเรียนที่ขาดครูและความไม่แน่นอนในการเข้ามหาวิทยาลัย ความไม่พอใจเหล่านี้จึงมารวมกันเป็นคำถามว่าระบบการศึกษายังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เท่าเทียมกันมากแค่ไหน
การเคลื่อนไหวที่เริ่มขึ้นในวันที่ 21 กันยายน ขยายตัวจนมีทั้งนักเรียน ครูและผู้ปกครองเข้าร่วมในหลายจุดทั่วประเทศ โดยเมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งนับเป็นวันที่มีการประท้วงครั้งใหญ่ มีการจัดชุมนุมในหลายเมือง
ด้านกระทรวงศึกษาธิการฝรั่งเศสระบุว่าสถานศึกษา 891 แห่ง ต้องระงับการเรียนทั้งหมดหรือบางส่วนจากสาเหตุต่างๆ
ข้อเรียกร้องในการประท้วงรอบนี้มีหลายอย่างด้วยกัน ซึ่งกลุ่มนักเรียนต้องการให้ผู้มีอำนาจรับฟัง เนื่องจากปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เป็นความไม่พอใจที่สะสมมานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมสูง
การชุมนุมระลอกนี้มีชนวนเหตุมาจากความไม่พอใจต่อสภาพระบบการศึกษา ทั้งการขาดแคลนครู ห้องเรียนแออัด อาคารเรียนทรุดโทรม ตารางเรียนแน่นจนทำให้เด็กๆ เหนื่อยล้า ไปจนถึงทรัพยากรอะไรหลายๆ อย่างมีไม่เพียงพอ
ประเด็นที่น่าสนใจคือเมื่อปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน มันไม่ได้กระทบแค่คุณภาพการเรียน แต่กระทบถึงโอกาสของเด็กโดยตรง โดยเฉพาะนักเรียนที่กำลังจะสอบจบมัธยมและต้องเข้าสู่ระบบการศึกษาต่อ เพราะหากห้องเรียนมีนักเรียนมาก ครูไม่ครบหรือบางวิชาไม่มีคนมาสอน สิ่งที่เด็กกังวลก็คือพวกเขาจะต้องแข่งขันเพื่ออนาคตด้วยต้นทุนที่ไม่เท่ากัน
และนี่ทำให้เรื่องการศึกษาเชื่อมโยงเข้ากับเรื่องความเหลื่อมล้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จากปัญหาในโรงเรียน การประท้วงจึงขยายไปสู่คำถามที่ใหญ่ขึ้นว่ารัฐบาลกำลังจัดลำดับความสำคัญให้กับการศึกษามากเพียงพอหรือไม่ ยิ่งในเวลานี้รัฐบาลฝรั่งเศสกำลังพยายามควบคุมการขาดดุลงบประมาณและกำลังจัดทำงบประมาณปี 2027 ทำให้การเพิ่มงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาการศึกษาไม่ใช่เรื่องง่าย
รัฐบาลยอมรับว่าข้อเรียกร้องของนักเรียนบางส่วนมีเหตุผลและประกาศว่าจะเปิดพื้นที่ให้นักเรียนหารือปัญหาภายในโรงเรียน โดยรัฐบาลยังได้เปิดรับฟังความเห็นนักเรียนผ่านแพลตฟอร์มอาโกรา ถึงวันที่ 23 ตุลาคม พร้อมเตรียมมาตรการด้านบุคลากรและการซ่อมแซมโรงเรียน
แม้รัฐบาลดูเหมือนจะเปิดรับฟังเด็กๆ มากขึ้น แต่ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษากำลังเป็นข้อกังวลหลักของเด็กๆ ในฝรั่งเศสอย่างมาก
ข้อมูลที่ช่วยให้เข้าใจความกังวลนี้คือผลประเมินทักษะนักเรียนอายุ 15 ปี หรือ PISA ปี 2022 ของ OECD พบว่าในฝรั่งเศส นักเรียนกลุ่มที่ได้เปรียบทางเศรษฐกิจและสังคมมีคะแนนคณิตศาสตร์สูงกว่ากลุ่มเสียเปรียบ 113 คะแนน ขณะที่ช่องว่างเฉลี่ยของประเทศโออีซีดีอยู่ที่ 93 คะแนน ซึ่งจะเห็นด้วยว่าช่องว่างคะแนนในฝรั่งเศสกว้างกว่าค่าเฉลี่ยโออีซีดี
ตัวเลขนี้ไม่ใช่ผลจากการประท้วงครั้งปัจจุบัน แต่เป็นหลักฐานก่อนหน้านี้ว่าพื้นฐานครอบครัวยังสัมพันธ์กับโอกาสทางการเรียน และระบบการศึกษาฝรั่งเศสยังมีโจทย์ใหญ่ในการลดช่องว่างดังกล่าว
สิ่งที่ทำให้วิกฤตนี้น่าจับตายิ่งขึ้นคือการที่ประเด็นการศึกษากำลังถูกดึงเข้าไปอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองของฝรั่งเศส
ฝ่ายค้านและกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้ายสนับสนุนสิทธิของนักเรียนในการประท้วง ขณะที่รัฐบาลเน้นย้ำเรื่องความรุนแรงและความจำเป็นในการรักษาความสงบ
แต่สำหรับนักเรียนจำนวนหนึ่งการที่รัฐบาลตอบสนองด้วยมาตรการด้านความมั่นคงอาจยิ่งทำให้เกิดคำถามว่าเมื่อพวกเขาพูดถึงปัญหาในโรงเรียน รัฐกำลังฟังเสียงของพวกเขาหรือกำลังมองพวกเขาเป็นปัญหาความมั่นคงกันแน่
บททดสอบต่อจากนี้คือเด็กจะเห็นอะไรเปลี่ยนไปเมื่อกลับเข้าห้องเรียน มีครูสอนครบมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ อาคารพร้อมใช้งานแค่ไหนและเข้าใจเส้นทางเรียนต่อมากขึ้นหรือยัง โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลฝรั่งเศสจึงไม่ใช่เพียงแค่การทำให้โรงเรียนกลับมาเปิดได้ตามปกติเท่านั้น แต่คือการทำให้เด็กเหล่านี้กลับมาเชื่อมั่นอีกครั้ง ว่าการศึกษาจะยังเป็นเส้นทางไปสู่อนาคตของพวกเขาได้จริงๆ




























































