เขื่อนพระราม 6 ปรับเพิ่มระบายน้ำ 800 ลบ.ม./วินาที
สถานการณ์ลุ่มน้ำป่าสักยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เร่งปรับเพิ่มการระบายน้ำขึ้นเป็น 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้เขื่อนพระราม 6 ต้องเร่งพร่องน้ำรองรับ กระทบพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำป่าสัก อ.ท่าเรือ
ขณะเดียวกัน มวลน้ำที่ไหลมาสมทบแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ อ.พระนครศรีอยุธยา ได้ส่งผลกระทบให้เกษตรกรต้องเร่งอพยพวัว ควาย และไก่ชนราคาแพง หนีน้ำขึ้นมาสร้างคอกชั่วคราวริวถนน
เขื่อนป่าสักฯ เร่งระบายน้ำ 400 ลบ.ม./วิ เตือน อ.ท่าเรือ รับมวลน้ำก้อนแรก
สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำป่าสักยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ท้ายเขื่อนพระราม 6 หลังเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เร่งระบายน้ำเพื่อพร่องน้ำในอ่างและเตรียมรับน้ำฝนระลอกใหม่
ในวันนี้ (2 ต.ค. 69) เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ได้เพิ่มการระบายน้ำจาก 230 เป็น 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และในวันพรุ่งนี้ (3 ต.ค. 69) จะเพิ่มเป็น 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดว่ามวลน้ำก้อนแรกจะเดินทางถึง อ.ท่าเรือ ช่วงบ่ายวันนี้ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้น
เขื่อนพระราม 6 พร่องน้ำสู้ จ่อระบายสูงสุด 800 ลบ.ม./วิ
ด้านเขื่อนพระราม 6 ซึ่งอยู่พื้นที่ตอนท้าย ขณะนี้ระบายน้ำอยู่ที่ประมาณ 545 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อเร่งพร่องน้ำเปิดทางรองรับมวลน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ทั้งนี้ เขื่อนพระราม 6 มีแผนเตรียมปรับเพิ่มการระบายน้ำตามแผนเดิมระหว่างวันที่ 1-3 ตุลาคม 2569 ซึ่งอาจสูงถึง 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะพิจารณาปรับตามปริมาณน้ำและสถานการณ์จริง ซึ่งทางอำเภอและท้องถิ่นได้เตรียมพื้นที่ปลอดภัย เรือ และสิ่งของจำเป็นไว้ช่วยเหลือประชาชนแล้ว
อยุธยาน้ำทะลักคอก! เร่งอพยพวัว-ควาย เกือบ 200 ตัว ขึ้นนอนริมถนน
สถานการณ์น้ำที่เพิ่มขึ้นไม่ได้กระทบเฉพาะบ้านเรือน แต่จุดบรรจบระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก ในอำเภอพระนครศรีอยุธยา ได้ส่งผลกระทบหนักต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์
ทีมข่าวลงพื้นที่ตำบลลุมพลีและตำบลภูเขาทอง พบเกษตรกรทยอยนำวัวและควายออกจากคอก หลังน้ำเริ่มทะลักเข้าท่วม โดยนำขึ้นมาทำคอกชั่วคราวริมถนน ซึ่งขณะนี้มีวัวและควายถูกอพยพมาอยู่ริมถนนแล้วเกือบ 200 ตัว
ขาดแคลนอาหารสัตว์หนัก วอนบริจาคหญ้าช่วยวัวควาย
จากการถูกน้ำท่วมขังเต็มพื้นที่ ส่งผลให้เรื่องอาหารและยารักษาโรคสำหรับวัวควายเริ่มหายากมากขึ้น เนื่องจากแปลงหญ้าที่เคยมีถูกน้ำท่วมจนหมด
เกษตรกรจึงอยากขอความช่วยเหลือจากประชาชนและผู้มีจิตศรัทธา หากใครมีหญ้าหรืออาหารสัตว์ สามารถนำมาบริจาคช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงที่ถูกอพยพมาอยู่ริมถนนได้
วิกฤตผู้เลี้ยงไก่ชนตัวละ 2 หมื่น ทยอยขนย้ายหวั่นสัตว์ตาย
ขณะเดียวกัน ผู้เลี้ยงไก่ในพื้นที่ตำบลภูเขาทองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยขณะนี้ได้รับเต็นท์ช่วยเหลือมาเพียง 2 เต็นท์ แต่ยังขาดแคลนอีก 1 เต็นท์ เนื่องจากต้องใช้รวม 3 เต็นท์ในการแยกพื้นที่เลี้ยงไก่ วัว และใช้เป็นที่พักของเจ้าของที่ต้องเฝ้าดูแลตลอดเวลา
นอกจากนี้ ไก่บางส่วนยังติดอยู่ภายในบ้านเนื่องจากเคลื่อนย้ายลำบาก ประกอบกับไก่มีราคาสูงถึงตัวละประมาณ 21,000 บาท เกรงว่าหากนำออกมาด้านนอกทันทีอาจตายได้ จึงต้องทยอยเคลื่อนย้ายและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด




























































