ข้อมูลใหม่ ผู้ช่วยนักบินจี้ Flydubai อาจมุ่งโจมตีสนามบินอิสราเอล

ต่างประเทศ
09:54
จำนวนผู้ชม 49
Thai PBS
ข้อมูลใหม่ ผู้ช่วยนักบินจี้ Flydubai อาจมุ่งโจมตีสนามบินอิสราเอล

วันนี้ (6 ต.ค.2569) CNN รายงานว่า เหตุความพยายามก่อวินาศกรรมกลางอากาศที่เกิดขึ้นกับสายการบินฟลายดูไบ (Flydubai) เที่ยวบินที่ FZ1073 ซึ่งเดินทางจากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มุ่งหน้าสู่นครเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ได้รับการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม จากสถานีโทรทัศน์ Channel 12 ของอิสราเอลได้รายงานเป็นที่แรก

โดยเจ้าหน้าที่และแหล่งข่าววงในของอิสราเอลระบุว่า ฮัมมัม อัล-ฮัมมามี (Hamam al-Hammami) ผู้ช่วยนักบินซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยในความพยายามจี้เครื่องบินลำดังกล่าว น่าจะมีเป้าหมายสูงสุดในการนำเครื่องบินพุ่งชนโจมตีสนามบินนานาชาติเบนกูเรียน ประเทศอิสราเอล

เหตุการณ์นี้ถูกสกัดกั้นไว้ได้ทันท่วงทีจากความกล้าหาญของกัปตัน สมิต มัชชาร และผู้โดยสารหลายคนที่ร่วมแรงกันต่อสู้และจับกุม อัล-ฮัมมามี ไว้ได้สำเร็จ ทำให้สามารถยึดการควบคุมเครื่องบินกลับคืนมาได้

รายงานระบุว่าผู้ต้องสงสัยได้ใช้ขวานฉุกเฉิน ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ต้องมีในห้องนักบิน เป็นอาวุธในการทำร้ายกัปตันขณะที่เครื่องบินกำลังบินอยู่เหนือน่านฟ้าของประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งสร้างความแปลกใจให้กับเจ้าหน้าที่สืบสวนว่าเหตุใดเขาจึงรีบลงมือในจุดนั้น หากเป้าหมายที่แท้จริงคือการถล่มสนามบินในอิสราเอล

เมื่ออิสราเอลตรวจพบสัญญาณเตือนภัยการจี้เครื่องบินจากเที่ยวบินพาณิชย์ที่กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ประเทศในวันที่ 30 ก.ย. กองทัพอิสราเอลได้ส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นบินสกัดกั้นทันที ซึ่งถือเป็นมาตรการรับมือฉุกเฉินตามมาตรฐานของกองทัพ

ปัจจุบัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เป็นผู้นำในการสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อค้นหาแรงจูงใจที่แท้จริง และหาคำตอบว่าผู้ต้องสงสัยสามารถหลุดรอดผ่านระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดของทั้ง 2 ประเทศมาได้อย่างไร

โดยอัยการสูงสุดของยูเออี ฮาหมัด ซาอีฟ อัล ชามซี (Hamad Saif Al Shamsi) ได้ประณามการกระทำครั้งนี้ว่าเป็นการก่อการร้าย แม้การสืบสวนในเบื้องต้นจะเชื่อว่าเขาลงมือเพียงลำพัง โดยไม่พบความเชื่อมโยงว่าได้รับการฝึกฝน สนับสนุนเงินทุน หรือถูกสั่งการจากองค์กรก่อการร้ายใด ๆ ก็ตาม

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเบื้องลึกเกี่ยวกับประวัติของ อัล-ฮัมมามี โดยแหล่งข่าวเปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ เขาเคยอยู่ในเส้นทางเตรียมตัวเป็นนักบินของสายการบินโอมานแอร์ (Oman Air) ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของโอมาน แต่ถูกปลดจากตำแหน่งและสั่งย้ายไปทำงานเอกสารที่โต๊ะในสำนักงานแทน เนื่องจากบริษัทมีความกังวลเกี่ยวกับทัศนคติและแนวคิดสุดโต่งของเขา

ประเด็นสำคัญที่ตามมาจากเหตุการณ์นี้คือช่องโหว่ด้านระบบรักษาความปลอดภัยและการตรวจสอบประวัติลูกเรือ กรมสรรพากรอิสราเอลยืนยันว่าได้รับรายชื่อผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดก่อนที่เครื่องบินจะขึ้นบินแล้ว

แต่กระทรวงคมนาคมของอิสราเอล ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงภายใน (Shin Bet) ระบุว่าเป็นผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยของสายการบินต่างชาติ ออกมายอมรับว่าระเบียบปฏิบัติในปัจจุบันไม่ได้ครอบคลุมถึงการตรวจสอบรายชื่อประวัติของลูกเรือ แม้ว่าพวกเขาจะส่งชื่อให้กรมสรรพากรเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลตามคำขอของฝ่ายความมั่นคงก็ตาม

กระทรวงคมนาคม ยังระบุเพิ่มเติมว่าลูกเรือทุกคนต้องมีวีซาเพื่อเดินทางเข้าประเทศ และพาสปอร์ตโอมานของผู้ก่อเหตุควรจะถูกเจ้าหน้าที่แจ้งเตือนตั้งแต่ขั้นตอนการเช็กอินแล้ว แต่กระทรวงก็ยอมรับตามตรงว่ามาตรการที่มีอยู่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่มาจากตัวนักบินเอง

ขณะนี้ ทางสายการบินฟลายดูไบปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใด ๆ ระหว่างที่การสืบสวนกำลังดำเนินอยู่ เช่นเดียวกับสายการบินโอมานแอร์ กระทรวงการต่างประเทศยูเออี และสำนักงานสื่อของรัฐบาลดูไบ

ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านการบินให้ความเห็นว่า การตรวจสอบประวัตินักบินเป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างรัฐบาลท้องถิ่น สายการบิน และหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งกฎเกณฑ์และการออกใบอนุญาตหรือบัตรผ่านด้านความปลอดภัยนั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ

อ่านข่าว :

นายกฯ สเปนประกาศเลือกตั้งก่อนกำหนด หลังรัฐบาลแพ้โหวต กม.ที่ดิน

ศึกระบายน้ำ 3 จังหวัด ปทุมฯ-นครนายก-กทม. ใครคนกลาง-ใครตัดสินใจ ?

ยังหนัก! มวลน้ำทะลัก "บ้านสร้าง" ปราจีนบุรี บางจุดท่วมสูง 2-3 เมตร