ผลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง ไตรมาส 2/69 ของนิด้าโพล นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ยังคงรั้งอันดับ 1 ต่อเนื่องจากไตรมาสแรก นำหน้านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในอัตราส่วน 26% ต่อ 21.6%
แต่ทั้งคู่มีคะแนนลดลงจาก 30.6% และ 29.4 %จากผลสำรวจไตรมาสแรก ปี 69 นายณัฐพงษ์ ลดลงประมาณ 4.5% ส่วนนายอนุทิน ลดลงเกือบ 8%
ยิ่งหากไปดูคะแนนนิยมพรรค ค่ายสีส้มลดลงเล็กน้อย แต่สำหรับพรรคสีน้ำเงิน ลดจาก 26.6% เหลือเพียง 17%
สะท้อนชัดถึงความเชื่อมั่นของประชาชน ต่อทั้งผู้นำรัฐบาลและฝ่ายค้าน ลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ อันน่าจะเกิดจากบทบาท และการขับเคลื่อนผลงานทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา
ซีกรัฐบาล นำโดยนายอนุทิน แม้มีผลงานโดดเด่นในโครงการไทยช่วยไทยพลัส แต่มีกรอบเวลาแค่ 4 เดือน ส่วนโครงการอื่น ๆ ยังไม่ก่อให้เกิดมรรคผลในทางสัมผัสได้
แม้แต่ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้วิกฤตและเปลี่ยนถ่ายพลังงาน ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ชะตาว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ วันที่ 9 ก.ค.นี้
หนำซ้ำ โครงการไทยเอไอพาสปอร์ต มูลค่า 1.6 พันล้านบาท ของกระทรวงดีอี ที่มีนายไชยชนก ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรี จนออกอาการซวนเซชัดเจน
ขณะที่ผู้นำฝ่ายค้าน นายณัฐพงษ์ แม้จะพยายามแสดงบทบาทผู้นำแบบหมูไม่กลัวน้ำร้อน แต่บางเรื่องถูกย้อนกลับ ไม่ว่าจะเรื่องแก้รัฐธรรมนูญที่พรรคให้ความสนใจมาก ขณะที่คนทั่วไปอยากเห็นกระทุ้งรัฐบาลให้เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ก่อนเป็นอันดับแรก
ภายในพรรคยังมีปัญหา เรื่องอุดมการณ์ในการทำงานการเมืองระหว่าง สส.รุ่นใหม่กับชุดผู้ก่อตั้งพรรค ถึงขั้น นายปิยบุตร แสงกนกกุล ต้องโดดลงมาเล่นเอง
เรื่อง สส. และผู้สมัคร สส. เป็นข่าวในเชิงลบ เจอหมายจับคดีฟอกเงินบ้าง ถูกจับคดีเว็บพนันออนไลน์บ้าง ล่าสุดโดนกล่าวหาพัวพันคดีฟอเร็กซ์
อย่างไรก็ตาม ยังมีข่าวดีสำหรับพลพรรคสีส้ม เมื่อผลสำรวจของสวนดุสิตโพล เรื่องดัชนีการเมืองไทยเดือน มิ.ย.2569 แม้นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่บทบาทโดดเด่น นายอนุทินจะนำอันดับ 1 ที่ 35% โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ต้นเรื่องไทยช่วยไทยพลัส อันดับ 2 ที่ 27.8%
แต่ฝ่ายค้าน นักการเมืองที่มีบทบาทโดดเด่น กลับเป็น "สส.ไอซ์" น.ส.รักชนก ศรีนอก 30.1% สูงกว่าทั้ง นายณัฐพงษ์ ที่ได้ 24.1 %และเบียดแซง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่หล่นไปอันดับ 3 ที่ 23.6
หลังจากเดือน พ.ค.69 นายอภิสิทธิ์ นำอันดับ 1 ที่ 25.19% แต่มากกว่า น.ส.รักชนก ที่ได้ 24.96% เพียงจุดทศนิยม
แต่หากย้อนกลับไป สวนดุสิตโพลทำสำรวจเรื่อง "ที่สุดแห่งปี 2568" ปรากฏว่า นักการเมืองที่สุดแห่งปี ตกเป็นของ สส.ไอซ์ ได้ 27.35% สะท้อนให้เห็นศักยภาพและความโดดเด่นของ น.ส.รักชนก ซึ่งเริ่มจรัสแสง ตั้งแต่เปิดประเด็น สำนักงานประกันสังคม หรือ สปส. ซื้อตึกสกายไนน์ฯ ในราคาสูงถึง 7 พันล้านบาท สูงกว่ามูลค่าที่มีการประเมินถึงกว่าเท่าตัว
ก่อนจะได้เห็นบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ น.ส.รักชนก ทั้งขยับขึ้นเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ เดินสายช่วยผู้สมัคร สส. เขตหาเสียง
ก่อนจะเข้มข้นโดดเด่นจากกรณีตรวจสอบ โครงการไทยเอไอพาสปอร์ต ในฐานะประธาน กมธ. ติดตามการใช้งบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ที่ใช้ความนิ่งสยบทั้งนายศุภชัย ใจสมุทร นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส. และ กมธ.จากพรรคภูมิใจไทย รวมถึงนายสนธิญา สวัสดี
เป็นเหตุให้นายอนุทิน ต้องออกโรงตอบโต้ ทั้งประเด็นที่ สส.ไอซ์ ซัดถามตรง ๆ ว่า ไม่กล้าแตะลูกนาย เพราะช่วงแรกเงียบกริบเรื่องโครงการดังกล่าว
นายอนุทิน ตอบโต้กลับ ด้วยวลี "ก่อนขึ้นธรรมาสน์ต้องล้างเท้าให้สะอาด"
จึงเป็นการปะทะกันระหว่าง "มือหนึ่ง" ฝ่ายรัฐบาล กับ "มือหนึ่ง" ฝ่ายค้าน หลังจากทีมองครักษ์เอา ๆ ไม่อยู่
ส่อเค้าอีกไม่นานเกินรอ สส.ไอซ์ จะขยับถึงขั้นเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคค่ายสีส้มได้
อ่านข่าว :
ภูมิใจไทยดัน กม.ใหม่ โกงสอบเจอคุก 15 ปี ปรับ 3 แสน ห้ามรับราชการตลอดชีวิต
"มงคล" โต้ลั่นไม่ใช่ "สว.สีน้ำเงิน" ยันไร้ใบสั่ง-ไม่แทรกแซงคดีฮั้ว
นายกฯ ยังไม่ปรับ ครม.จี้รัฐมนตรีเร่งสร้างผลงาน ปัดพบ "ทักษิณ" มาเลย์

