วันนี้ ( 7 ต.ค.2569) นางสาวจิตติมา ศรีถาพร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า งานหัตถกรรมไทยมีจุดแข็งจากความหลากหลายของทรัพยากรและภูมิปัญญาในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญที่สามารถนำมาต่อยอดให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ โดยสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เป็นเครื่องมือที่ช่วยคุ้มครองอัตลักษณ์และชื่อเสียงที่เชื่อมโยงกับแหล่งกำเนิด พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตนำจุดเด่นของสินค้ามาต่อยอดในเชิงการค้า ทั้งการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ รูปแบบร่วมสมัย และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด จึงเป็นอีกแนวทางในการเพิ่มมูลค่าสินค้าและสร้างรายได้ให้กับชุมชน
นางสาวจิตติมา ศรีถาพร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา
สำหรับ กระจูดควนเคร็ง เป็นหนึ่งในงานหัตถกรรม GI ที่สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างทรัพยากรในพื้นที่กับภูมิปัญญาของชุมชนได้เป็นอย่างดี โดยมีจุดเริ่มต้นจากป่าพรุควนเคร็ง แหล่งธรรมชาติสำคัญในจ.นครศรีธรรมราช ที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ มีน้ำขังตลอดปี ดินพรุมีอินทรียวัตถุสูง มีสภาพอากาศร้อนชื้นและมีฝนตกชุก ซึ่งเอื้อต่อการเติบโตของกระจูดพันธุ์ใหญ่ ทำให้เส้นกระจูดมีลักษณะเหนียว ยืดหยุ่น แข็งแรง และทนทาน เหมาะสำหรับนำมาแปรรูปและจักสานเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆ ตั้งแต่กระเป๋า หมวก พัด ตะกร้า เสื่อ ที่รองจาน ที่รองแก้ว โคมไฟ ชั้นวางของ และของที่ระลึกต่างๆ ตามภูมิปัญญาที่สืบทอดกันในชุมชน จนเกิดเป็นงานจักสานที่มีเอกลักษณ์ทั้งด้านวัสดุ ลวดลาย และฝีมือของผู้ผลิตในพื้นที่
“กระจูดควนเคร็ง–คล้าศรีบุญเรือง” จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ดีไซน์ร่วมสมัย
ทั้งนี้ กระจูดควนเคร็ง นับเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 3 ของจ.นครศรีธรรมราช ต่อจากส้มโอทับทิมสยามปากพนัง และมังคุดเขาคีรีวง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ไปก่อนหน้านี้ ปัจจุบันมีการนำกระจูดมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดให้จังหวัดนครศรีธรรมราชกว่า 56.24 ล้านบาทต่อปี ซึ่งกรมฯพร้อมสนับสนุนชุมชนในการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า GI พัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ รวมถึงเพิ่มช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และงานแสดงสินค้า พร้อมเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการและแบรนด์ที่สามารถนำงานจักสานไปต่อยอด เพื่อเพิ่มโอกาสให้กระจูดควนเคร็งเข้าสู่ตลาดใหม่ได้มากขึ้น
“กระจูดควนเคร็ง–คล้าศรีบุญเรือง” จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ดีไซน์ร่วมสมัย
สำหรับ คล้าศรีบุญเรือง เป็นอีกหนึ่งงานหัตถกรรม GI ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างชัดเจน ด้วยสภาพแวดล้อมของอ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติหลายแห่ง ทั้งลำน้ำพะเนียง ลำน้ำพวย ลำน้ำพอง และลำน้ำมอ ประกอบกับมีฝนตกชุกตลอดปี จึงส่งผลให้ต้นคล้าเจริญเติบโตได้ดี และมีคุณสมบัติเหนียว แข็งแรง และทนทาน ชาวบ้านในชุมชน จึงนำมาทำเป็นเครื่องจักสานหลากหลายรูปแบบ อาทิ กระติ๊บข้าว ตะกร้า กระเป๋า และของใช้ต่างๆ นับเป็นการดึงจุดเด่นของทรัพยากรธรรมชาติมาสร้างคุณค่าและรายได้ให้แก่ชุมชนศรีบุญเรือง
“กระจูดควนเคร็ง–คล้าศรีบุญเรือง” จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ดีไซน์ร่วมสมัย
“กระจูดควนเคร็ง–คล้าศรีบุญเรือง” จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ดีไซน์ร่วมสมัย
“กระจูดควนเคร็ง–คล้าศรีบุญเรือง” จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ดีไซน์ร่วมสมัย
“กระจูดควนเคร็ง–คล้าศรีบุญเรือง” จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ดีไซน์ร่วมสมัย
ปัจจุบัน คล้าศรีบุญเรืองเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 3 ของจังหวัดหนองบัวลำภู ต่อจากเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน และผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู โดยคล้าศรีบุญเรืองสามารถสร้างมูลค่ากว่า 4.2 ล้านบาทต่อปี และยังมีศักยภาพที่จะต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกมาก หากมีการนำจุดเด่นของวัสดุธรรมชาติมาผสานกับการออกแบบร่วมสมัย พัฒนารูปแบบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้งานและเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ควบคู่กับการสื่อสารเรื่องราวแหล่งผลิตและภูมิปัญญาของชุมชนให้เป็นส่
อ่านข่าว:
"มะแขว่นเชียงใหม่" คว้า GI โป่งแยงยกระดับชู "ผงโรยข้าว" อัปมูลค่าสร้างรายได้
"เนื้อครามสกลนคร” สินค้า GI “คราม”ธรรมชาติภูมิปัญญาท้องถิ่นสืบทอดรุ่นสู่รุ่น
ขึ้นทะเบียน “ปลาสลิดบ้านแพ้ว” สินค้า GI ใหม่สมุทรสาคร ต่อยอดสู่แหล่งท่องเที่ยวชุมชน
