สส. 3 สมัย จ.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ปัจจุบัน เป็นประมุข "บ้านใหญ่" จ.ชัยภูมิ ที่เติบโตเร็วแบบฟาสแทร็คท์
ไม่เพียงนายสัมฤทธิ์ เป็น สส.เขต 3 ลูกสาว น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ยังเป็น สส.เขต 4 จ.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทยเช่นกัน นอกจากนี้ น.ส.สุรีวรรณ นาคาศัย ภรรยาที่อยู่กินฉันสามีภรรยากับนายสัมฤทธิ์ เครือญาติตระกูล "นาคาศัย" ของนายอนุชา นาคาศัย แกนนำกลุ่มสามมิตร พรรคเพื่อไทย จ.ชัยนาท ยังปาดหน้า เอาชนะเลือกตั้ง นายก อบจ. ชัยภูมิ เมื่อเดือน ส.ค.2567
เอาชนะ "แชมป์เก่า" นายอร่าม โลห์วีระ อดีต สส.หลายสมัย และอดีต รมช.คมนาคม หนึ่งใน "บ้านใหญ่" ที่อยู่คู่ จ.ชัยภูมิ มานาน ชนิดล็อกถล่ม ชนะกว่า 3 หมื่นคะแนน
เท่ากับหากนับจากเลือกตั้งปี 62 ที่นายสัมฤทธิ์ขยับจากนายก เทศบาลตำบลเทพสถิต 4 สมัย ไปเล่นการเมืองระดับชาติ ได้เป็น สส.สมัยแรกในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ในสายสามมิตรของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน
ต่อเนื่องภรรยา น.ส.สุรีวรรณ นาคาศัย ชนะเลือกตั้งนายก อบจ. กระทั่งสวมบท "ป๋าดัน" ส่งลูกสาว น.ส.สุชาดา แจ้งเกิด สส.เขตได้สำเร็จ ในเลือกตั้งเดือน ก.พ.69 นายสัมฤทธิ์ ใช้เวลาเพียง 7 ปี ในการก้าวขึ้นมาเป็น "บ้านใหญ่" ของแท้ ค่ายสีน้ำเงิน จ.ชัยภูมิ ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ขยับจากนายก อบต. ที่ไต่เต้าจากพ่อค้ามันสำปะหลัง และพืชผลเกษตร สู่การเป็นที่ปรึกษา รมต.เกษตร ที่เคลื่อนไหวเพื่อเกษตรกรใน จ.ชัยภูมิเสมอมา
ขณะที่ จ.ชัยภูมิ มีรัฐมนตรีคนสุดท้าย นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ตั้งแต่สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือเมื่อประมาณ 15 ปีมาแล้ว
นำไปสู่กระแสข่าวลือ นายสัมฤทธิ์กำลังจ่อคิวจะข้ามชั้นขึ้นเป็นรัฐมนตรี ในการปรับ ครม.ครั้งต่อไปของรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทย ที่เชื่อว่าจะมีขึ้นในราวปลายปี 69 หรืออย่างช้าต้นปี 70
กระนั้น ข่าวเตรียมขยับขึ้นเป็นรัฐมนตรี ย่อมมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายปนเปกันในที ด้านหนึ่งถือเป็นความก้าวหน้า และได้รับการยอมรับด้านฝีมือและผลงาน แต่ในอีกด้านหนึ่ง หมายถึงต้องเบียดแย่งชิงเก้าอี้รัฐมนตรีจากคนอื่นเช่นกัน
จึงเกิดข่าวในอีกกระแสหนึ่งว่า เป็นเรื่องเกมการเมืองภายในของพรรคภูมิใจไทย ที่มีการส่งข้อมูลแฉทรัพย์สินสามีของ "ไอเดียร์" ให้กับฝ่ายค้าน ทั้งพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อหวังสกัดนายสัมฤทธิ์ ไม่ให้ขึ้นเป็นรัฐมนตรีนั่นเอง
เป็นตุเป็นตะถึงขั้น มีสื่อนำเรื่องนี้ไปถามนายอนุทิน ว่าเป็นแผนสกัดเก้าอี้รัฐมนตรีจากคนในพรรคด้วยกันหรือไม่ แต่นายอนุทินหัวเราะ ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ
อย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่ง สำหรับนายสัมฤทธิ์ คือสำนักข่าวเน็กซ์นิวส์ รายงานการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สินต่อ ป.ป.ช. หลังเข้ารับตำแหน่ง สส. 15 มี.ค.2569 โดยยื่นเมื่อ 30 เม.ย.2569 ระบุทรัพย์สินรวม 160 ล้านบาท
นายสัมฤทธิ์ มีทรัพย์สินที่ดิน นส.3 ก.165 แปลง สิ่งปลูกสร้างพร้อมตึกแถว 46 หลัง มีรถยนต์ 7 คัน รถจักรยานยนต์ อาวุธปืน 4 กระบอก นาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ และอื่น ๆ แต่มีหนี้สินเพียง 5.21 แสนบาท ที่สำคัญ แจ้งมีภรรยา 2 คน
โดยนายสัมฤทธิ์ อายุ 57 ปี แจ้งอยู่กินฉันสามีภรรยากับ น.ส.สุรีวรรณ นายก อบจ.ชัยภูมิ อายุ 43 ปี อีกคนคือ น.ส.สุพรรษา โพธิกะ อายุ 29 ปี แจ้งมีลูก 8 คน เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย 3 คน และบุตรที่บิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่รับรองและอุปการะเลี้ยงดูอีก 5 คน
สำหรับกรณีลูกเขย นายไท่หยาง ซาง ที่ น.ส.สุชาดา บุตรสาว ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สินตนเองและสามี ต่อ ป.ป.ช. รวม 1.9 พันล้านบาทนั้น นายสัมฤทธิ์ แสดงท่าทีมั่นใจและปกป้องลูกเขยว่าบริสุทธิ์ ทำอาชีพสตาร์ตอัพ ทรัพย์สินเป็นพันล้านบาทนั้น ได้มาโดยสุจริต สามารถตรวจสอบได้
เป็นเรื่องราวของบ้านใหญ่หลังใหม่ล่าสุดของ จ.ชัยภูมิ ที่ผงาดขึ้นมาแทนที่ "บ้านใหญ่" ในอดีต ไม่ว่าจะเป็น "ชาลีเครือ" ของนายสุชน ชาลีเครือ อดีตประธานวุฒิ บ้านใหญ่ "โล่ห์วีระ" ของนายอร่าม บ้านใหญ่ "จรรย์โกมล" ของนายเจริญ จรรย์โกมล ตลอดจนบ้านใหญ่ "สงวนวงศ์ชัย" ของนายวุฒิชัย สงวนวงศ์ชัย อดีตรัฐมนตรีช่วยอุตสาหกรรม
อ่านข่าว :
เป็นนายกฯ จนเบื่อ ประกาศิตจาก”ครูใหญ่-เนวิน”
จากถอดสลัก "ฮั้ว สว." ถึงมัดจำ นาฬิการ่วมรัฐบาล
"ปิยะ" อธิบดี DSI ตามคาด จับตา 2 คดีดัง "ฮั้ว สว.-เขากระโดง"
