จากถอดสลัก "ฮั้ว สว." ถึงมัดจำ นาฬิการ่วมรัฐบาล

กีฬา
15:24
จำนวนผู้ชม 40
Thai PBS
จากถอดสลัก "ฮั้ว สว." ถึงมัดจำ นาฬิการ่วมรัฐบาล

การโชว์นาฬิกา casio บนข้อมือของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในทางการเมืองไม่มีความหมายอะไรมากกว่า แสดงความผูกพันใกล้ชิด ขนาดถอดนาฬิกาจากข้อมือนายกฯ ได้

แต่หมายเป้าจริง ๆ เป็นเรื่องขอเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคกล้าธรรม และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

หลังจากเมื่อครั้งตั้งรัฐบาล "อนุทิน 1" ร.อ.ธรรมนัส ได้ยกทีมไปสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ตั้งรัฐบาลถึงที่พรรคภูมิใจไทยก่อนใครเพื่อน

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ ร.อ.ธรรมนัส จะประกาศตอกย้ำ กับนายอนุทินเป็นเพื่อนเลิฟกัน แม้ล่าสุดที่สหรัฐฯ แม้นายกฯ จะไม่ตอบเรื่องพรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ

ยังไม่นับข่าวบินไปญี่ปุ่น ตามหลังนายอนุทิน ในฐานะนายกสมาคมกีฬาทางน้ำ ทำเอาคอการเมือง "หูผึ่ง" อ้างว่าไปให้กำลังใจทัพนักกีฬาไทยในกีฬาเอเชียนเกมส์

ท่าทีของ ร.อ.ธรรมนัส ครั้งนี้ ย่อมมีข้อสงสัยในกลุ่มคอการเมืองว่า กรณีถึงขั้นประกาศถอนตัวจากวิปฝ่ายค้าน หมายถึงจากการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย สะท้อนว่า ร.อ.ธรรมนัส ต้องมีความมั่นใจมาก

จากถอดสลัก "ฮั้ว สว." ถึงมัดจำ นาฬิการ่วมรัฐบาล

จากถอดสลัก "ฮั้ว สว." ถึงมัดจำ นาฬิการ่วมรัฐบาล

เพราะด้านหนึ่ง เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมใกล้ถึงศึกใหญ่ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่ฝ่ายค้านน่าจะยื่นตามมาตรา 151 ต้องมีการลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ ขณะเดียวกัน ฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนและประชาธิปัตย์ คงจัดหนักจัดเต็มในหลายประเด็น

รวมทั้งเรื่องฮั้ว สว. ที่ถูกจุดชนวนเป็นกระแสคุโชนอีกครั้งหนึ่ง หลังจากความไม่พอใจ กรณี กกต. มีมติเสียงข้างมาก ส่งคำร้องและรายชื่อผู้ถูกโยงใยเกี่ยวข้องกับฮั้ว สว. เพียง 77 คน

โดยละเลยพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่ฝ่ายค้านนำมาแสดง และกรณี กกต. เสียงข้างน้อย นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ ออกมาเปิดข้อมูลในอีกด้านหนึ่ง สวนทางกับประธาน กกต. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์

ทั้งเรื่องเส้นเงินของดีเอสไอที่ไม่นำมาประกอบการพิจารณา เรื่องข้อมูลเชิงพื้นที่ที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองพรรคเดียว และเรื่องพยานปากเอกรหัส 16 นายเอกราช ช่างเหลา บ้านใหญ่ จ.ขอนแก่น

พรรคประชาชนตั้งปมสงสัย หลังจาก กกต. ใช้เป็นข้ออ้างว่าขาดความน่าเชื่อถือ กระทั่งไม่มีรายชื่อระดับ "บิ๊กเนม" หรือในพรรคภูมิใจไทยเลย

ทั้งที่คำให้การของพยานรหัส 16 สอดคล้องกับคำให้การของพยานรหัส 21 และ 22 ที่ต่างกลับคำให้การใหม่ มีสาระคล้ายกันเกือบทั้งหมด และ 2 รายหลัง ยังระบุตรงกันทำนองว่า พยานรหัส 16 เป็นคนที่มีบทบาทและสำคัญในขบวนการนี้

ส่วนข้ออ้างถูกชายฉกรรจ์บังคับ ข่มขู่ให้ปรักปรำคนในพรรคสีน้ำเงิน จนต้องกลับคำในภายหลังนั้น ถูกวิจารณ์ในวงกว้างว่า พยานอย่างนายเอกราช และพยานรหัส 22 เป็น "บ้านใหญ่" เปี่ยมบารมีทั้งใน จ.ขอนแก่นและ จ.พะเยา ใครจะกล้าข่มขู่บีบบังคับให้ทำ

ยังมีคำให้การของพยานรหัส 25 ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดกับ สว. ในภาคใต้ มีสายสัมพันธ์กับ "คนบ้านใหญ่" คุมพื้นที่ภาคใต้ให้กับพรรคการเมืองใหญ่ ที่ให้การสอดคล้องกันว่า มีการทำเป็นขบวนการใหญ่ พบทั้งครูใหญ่และ "หัวหน้า" ที่โรงแรมชื่อดัง ระหว่างประชุม สว. ที่ผ่านรอบระดับประเทศ เพื่อกำหนดตัวประธานและรองประธานวุฒิ

ข้อมูลเหล่านี้ มีหรือที่ฝ่ายค้านจะไม่มีอยู่ในมือบ้าง ทั้งเชื่อว่าจะชำแหละไส้ในที่ กกต. ไม่เคยเอ่ยถึง และแกนนำคนที่ถูกพาดพิงถึง หรือแม้แต่นายกฯ อนุทิน ไม่เคยตอบเรื่องนี้เลย

เป็นปมที่สร้างความไม่สบายใจให้กับระดับแกนนำในพรรคสีน้ำเงิน แม้เชื่อว่า จะต้องเตรียมทีมองครักษ์พิทักษ์รัฐบาล สกัดไม่ให้ฝ่ายค้านได้อภิปรายประเด็นฮั้ว สว. แน่ ๆ

แต่ใช่ว่าจะป้องกันได้ทั้งหมด ด้วยลีลาและลูกเล่นของ สส. ฝ่ายค้านแต่ละคน ที่พร้อมจะหาโอกาสสอดแทรกปมฮั้ว สว. เข้าไปได้ทุกเมื่อ ยิ่งพยายามสกัด จะยิ่งจะเพิ่มข้อกังขาให้กับประชาชนว่า กำลังพยายามปกปิดข้อเท็จจริงอะไร

จึงเป็นประเด็นที่พรรคภูมิใจไทย อาจต้องกังวลต่อท่าทีของพรรคเพื่อไทย ที่เดินหน้าสะสมคะแนนแบบไม่โฉ่งฉ่าง ทั้งยังมีภาพพจน์ในเชิงบวกของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

จะมีท่าทีต่อข้อมูลการอภิปรายนี้ของฝ่ายค้านอย่างไร

ไม่ใช่เพียงเรื่องเดียวที่หนักอก แต่ยังรวมถึงเกรงจะถูกพรรคเพื่อไทยปฏิบัติการ "หักหลัง" เอาคืนกับพรรคภูมิใจไทย เมื่อครั้งถอนตัวจากรัฐบาล น.ส.แพทองธาร และชิงตั้งรัฐบาลแข่ง โดยไปพบและยื่นข้อเสนอให้พรรคประชาชนสนับสนุนการตั้งรัฐบาล "อนุทิน 1" ปลายปี 68

หากพรรคเพื่อไทยไม่โหวตไว้วางใจ ไปเติมคะแนนให้พรรคฝ่ายค้าน หรือไปจับมือกับพรรคกล้าธรรมโหวตสวน รัฐบาลมีโอกาส "จบเห่" ไปต่อไม่ได้

อาจเปิดโอกาสให้สมการ "แดง-ส้ม-เขียว" ตั้งรัฐบาล เป็นความจริงจนได้

ร.อ.ธรรมนัส ที่ช่ำชองการเมืองมีหรือจะมองเกมนี้ไม่ออก ทางออกบนกระดานการเมืองที่จะช่วยให้พรรคภูมิใจไทยผ่านศึกซักฟอกได้แบบชิลล์ ๆ จึงมีเพียงดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล และต้องทำก่อนศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

พรรคภูมิใจไทยจึงอาจต้องคิดหนัก เพราะหากดึงพรรคกล้าธรรม 58 เสียงมาร่วมรัฐบาล หากไม่ปรับพรรคเพื่อไทยออก ก็ต้องเขย่าเก้าอี้รัฐมนตรีที่มีจำกัดกันใหม่ และต้องไปริบจากโควตาพรรคเพื่อไทย แต่นายยศชนัน ส่งสัญญาณตีกัน 5 กระทรวงไว้แล้ว

ขณะเดียวกัน ก็ต้องเฉือนส่วนหนึ่งมาจากพรรคภูมิใจไทยเอง ขณะที่ "บ้านใหญ่" ที่ยังไม่ได้รับจัดสรร ก็จ่อคิวรออยู่แล้ว ไม่แคล้วต้องต่อรองให้โหวตไว้วางใจก่อน ค่อยเข้ามาร่วม

แต่พรรคกล้าธรรมที่เคยโดนหลอกไปครั้งหนึ่ง จะยอมให้โดนหลอกเป็นครั้งที่ 2 หรือไม่ เพราะการเจรจาครั้งนี้ ยังจะแสดงให้เห็นถึงบารมีทางการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส โดยตรงด้วย

หากโอนอ่อนรอโหวตเสียงให้รัฐบาลสอบผ่านศึกอภิปรายไปก่อน อำนาจการต่อรองจะหายไปทันที เพราะเสร็จศึกซักฟอกแล้ว รัฐบาลไม่จำเป็นต้องหาเสียงเพิ่ม ยังดึงเวลาออกไปได้เป็นปี

ต้องไม่ลืมว่า กรณีฮั้ว สว. นั้น ได้แสดงมิตรไมตรีให้เห็นว่าเป็นเพื่อนที่ดี พร้อมช่วยเหลือในเวลาคับขันจนพ้น "บ่วง" มาจนได้ เพราะพยานรหัส 13 รหัส 21 และ รหัส 22 ล้วนเกี่ยวโยงกับพรรคกล้าธรรมทั้งสิ้น

ยิ่ง รหัส 22 คนที่กลับคำให้การช่วย เป็นถึงระดับ "พ่อตา" ของ "บิ๊กการเมือง"

หากมองไม่เห็นหัวกันขนาดนี้ ก็ใจจืดใจดำเกินกว่านาฬิกา casio จะชดเชยได้

วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส

อ่านข่าว :

เปิดที่มา "นาฬิกา" สลักชื่อ "อนุทิน" อยู่บนข้อมือใครบ้าง ?

"กล้าธรรม" เล่นเกม "วัดใจเร็ว" แต่ปัจจัยเอื้อ "ร่วมรัฐบาล" ยังตัน

“กล้าธรรม” สลัดขั้วฝ่ายคอย ขึ้นเกี้ยวรอเทียบเชิญร่วม “รัฐบาลสีน้ำเงิน”