งานวันคล้ายครบรอบวันเกิดปีที่ 68 ของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ”ครูใหญ่” พรรคภูมิใจไทย ที่สนามช้างอารีนา จ.บุรีรัมย์ หลังพิธีปะกำช้าง ซึ่งเป็นประเพณีสืบทอดของตระกูล “ชิดชอบ”แล้ว ไฮไลต์อยู่ที่เจ้าของวันเกิด ผูกข้อมือให้กับ ”น้องเลิฟ” นายอนุทิน ชาญวีรกูล อวยพรให้เป็นนายกฯ ไปจนกว่าจะเบื่อ อย่างน้อยอีก 2 สมัย
หากรวมกับสมัยปัจจุบัน หากอยู่ครบ 4 ปีทั้ง 3 เทอม เท่ากับนายอนุทิน จะนั่งเป็นนายกฯนานถึง 12 ปี นานกว่า ”บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่อยู่ในตำแหน่งนายกฯนานถึง 9 ปี และนานกว่า ”ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่เป็นนายกฯ 3 สมัยนาน 8 ปี 5 เดือน
แม้นว่าคำอวยพรให้เป็นนายกฯ ต่อจนเบื่อ ย่อมมีความหมายสำคัญ เป็นการปลุกปลอบขวัญฯ และให้กำลังใจนายอนุทิน ที่เจอกับมรสุมปัญหาสาระพัน แต่ขณะเดียวกัน มีนัยสื่อสารไปยังเอฟซีรัฐบาล และพลพรรคภูมิใจไทยว่า จะอยู่อีกยาว ไม่ต้องกังวล เพราะด้วยสไตล์แบบพรรคภูมิใจไทย และบารมีความช่ำชองทางการเมืองของนายเนวิน ชั่วโมงนี้ไม่มีใครเทียบชั้นได้
แม้แต่พรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำของ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.อว. ที่สามารถสร้างผลงานสะสมแต้มความนิยมเพิ่มขึ้น ทั้งตัวบุคคลนายยศชนัน และพรรคเพื่อไทย ยังคงทำตัวสงบเสงี่ยม และตอกย้ำถึงโควตา 5 กระทรวง ที่เป็นของพรรคเพื่อไทย
เพราะหากรัฐบาลไปดึงพรรคกล้าธรรมมาร่วมรัฐบาลด้วย ต้องไปเอาจากโควตาของพรรคภูมิใจไทย
อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ของพรรคค่ายสีน้ำเงิน ไม่ได้อยู่ที่โควตากระทรวง แต่อยู่ที่ผลงานและคะแนนนิยมจากผลสำรวจของโพล โดยเฉพาะนิด้าโพล ไตรมาส 3/69 ซึ่งคะแนนนิยมของทั้งนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย วูบต่ำลงจนน่าใจหาย นายอนุทินที่เคยได้คะแนนนิยมสูงถึง 29.4% ในไตรมาส 1/69 ตามหลังนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนที่ได้ 30.6% เพียง 1% กว่าๆ แต่ไตรมาส 3 เหลือเพียง 13.7%
ขณะที่คะแนนนิยมพรรคภูมิใจไทย ลดเหลือเพียง 12% เทียบกับไตรมาส 1/69 ที่ได้ถึง 26.6% และยังได้คะแนนต่ำกว่าพรรคเพื่อไทย ที่ขยับเพิ่มเป็น 18.4% และแพ้พรรคเพื่อไทยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เลือกตั้งปี 69 ยังไม่นับคะแนนนิยมส่วนบุคคลของนายอนุทิน ที่ไปเพิ่มให้กับนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคไทยภักดี และ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ที่ขยับพรวดเดียว 2.3% นอกจากนี้ ยังทำให้กลุ่มตัวอย่าง ที่ยังหาคนเหมาะสมเป็นนายกฯ ไม่ได้ เพิ่มจาก 10% ในไตรมาส 2/69 เป็น 19.8% หรือเพิ่มเกือบ 10%
ขณะที่นายกฯ นายอนุทิน ได้ออกมายอมรับเรื่องคะแนนนิยมของตนเอง และพรรคภูมิใจไทยลดลง พร้อมเปรียบโพลเป็นกระจกส่องเงา สะท้อนเสียงของประชาชน โดยรัฐบาลจำเป็นต้องรับฟังและนำไปปรับปรุงแก้ไข
ทั้งนี้ เสียงสะท้อนดังกล่าว นายกฯ เห็นว่า ต้องกลับไปดูว่ามีปัญหาตรงไหน เพื่อเร่งแก้ไขตรงนั้น สาเหตุน่าจะมาจากหลายเรื่อง รวมทั้งด้านการสื่อสาร ที่รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยทุกคน จะทำงานอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีสื่อสารด้วย
นอกจากนี้ ยังเชื่อว่า น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับประเมินผลงานครบ 1 ปี ของรัฐมนตรีในรัฐบาล หลังจากก่อนหน้านั้น นายอนุทิน เคยเกริ่นเรื่อง KPI ไว้ และส่งสัญญาณว่า หากไม่มีผลงานโดดเด่น ก็ต้องเปลี่ยนให้คนอื่นเข้าไปทำหน้าที่แทน ในช่วง 2-3 เดือนหลัง จึงปรากฏภาพรัฐมนตรีลูกเทพหลายคน ทั้งรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย และกระทรวงอื่นๆ เกิดอาการฟิต มีผลงานที่เข้าตา
แต่อาจมีบางคนที่ยังเป็นรัฐมนตรีโลกลืม จึงเชื่อว่าน่าจะมีการเปิดทางสู่การเปลี่ยนแปลง เพราะระดับคะแนนนิยมไตรมาส 3/69 ของนิดาโพล ที่ลดต่ำลงขนาดนี้ ย่อมเป็นเรื่องที่แกนนำในพรรคต้องรู้ว่า ต้องขยับอย่างไรเพื่อเรียกเรตติ้งกลับมา และยังอาจเป็นจังหวะในการเปิดทางให้ ”บ้านใหญ่” เช่น “สะสมทรัพย์” ที่นายอนุชา สะสมทรัพย์ บ้านใหญ่จากนครปฐม ส่งสัญญาณทวงรัฐมนตรีมา 2 รอบแล้ว อาจสมหวังเสียที
ความจริง ”สะสมทรัพย์” กับบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ถือได้ว่ามีความสัมพันธ์แนบแน่นพึ่งพากันมายาวนาน ตั้งแต่สมัยพรรคเอกภาพ ที่มีนายไชยยศ สะสมทรัพย์ เป็นหัวหน้าพรรค และนายเนวิน ชิดชอบ ที่ออกจากพรรคชาติไทย หลังนายบรรหารยุบสภาปี 2539 ได้เข้าไปเป็นเลขาธิการพรรค พร้อมยกทีมงานจากจ.บุรีรัมย์ไปร่วมงานด้วย ในช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับการหาพรรคสังกัด จึงเป็นความผูกพันที่น้อยคนจะทราบ
คำอวยพรให้ ”เสี่ยหนู” เป็นนายกฯไปจนเบื่อ ของนายเนวิน จึงถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะหมายถึงระดับ ”รุ่นใหญ่” ลงมาขยับขับเคลื่อนด้วยตัวเอง
คนระดับนี้ มีหรือจะธรรมดา
อ่านข่าว :
"เอกนิติ" ถก คกก.น้ำภาคกลาง รับมือน้ำท่วม-ประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า 7-10 วัน
ยื่นขอเยียวยาน้ำท่วมผ่านแอปฯ "ทางรัฐ" พุ่ง 1 ล้านครัวเรือน
สธ.ปรับนโยบายคุมเงิน สสส. จ่อลดเงินสำรองจาก 2,000 ล้านเหลือ 1,500 ล้านบาท
